ชาวนาชลประทานห้วยหลวง ไม่ขัดงดส่งน้ำปลูกข้าวต้นฤดู สงวนไว้ผลิตประปาเลี้ยงเมืองอุดรฯ ขอทำนาน้ำฝนในเขตชลประทานไปก่อน แต่หากฝนทิ้งช่วงนานๆ และช่วงข้าวตั้งท้องให้ช่วยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ที่ห้องประชุมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง นายธวัชชัย ศรีทอง รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง มีนายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง , การประปาส่วนภูมิภาค และตัวแทนผู้ใช้น้ำเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาแผนการจัดการน้ำปี 2563

นายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ชี้แจงว่า อ่างฯห้วยหลวงมีความจุ 135.6 ล้าน ลบม. ขณะนี้มีน้ำอยู่ 24.4 ล้านลบม. หรือ 17.9 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 17 เปอร์เซ็นต์ จึงได้ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรไปแล้ว แต่เกษตรกรปลูกข้าวไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ 61,000 ไร่ ส่วนใหญ่จะเป็นนาหวานแห้ง ที่ใช้น้ำฝนในการหล่อเลี้ยงเท่านั้น ไม่มีน้ำส่งให้เกษตรกรในขณะนี้

“ อ่างฯห้วยหลวงเป็นแหล่งน้ำดิบหลัก ผลิตน้ำประปาให้เมืองอุดรธานี ประปาอำเภอใกล้เคียง , ประปาหมู่บ้าน , โรงงานอุตสาหกรรม และสูญเสียจากการระเหยและรั่วซึม รวมวันละ 200,000 ลบม. แต่ละปีจะต้องมีน้ำสำรองอย่างน้อย 70 ล้าน ลบม. ไม่รวมน้ำต้องส่งให้เกษตรกรปลูกข้าว และถั่วลิสง ซึ่งหากระดับน้ำลดลงเหลือ 23 ล้าน ลบม. ประปาจะไม่สามารถสูบน้ำได้ จะต้องสูบน้ำทอยเข้าหาสถานีสูบน้ำช่วย ”

ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง กล่าวต่อว่า น้ำในอ่างฯห้วยหลวงมีไม่ถึง 100 ล้าน ลบม.ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพพื้นที่ต้นน้ำ และในปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ ปริมาณน้ำฝนจะลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากการนำสถิติน้ำฝนต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีลักษณะน้ำเหมือนปี 38 , 56 และ 62 จึงคาดกาลว่าอ่างฯจะเก็บน้ำได้เพียง 79 ล้าน ลบม.

ตัวแทนผู้ใช้น้ำได้แสดงความเห็น สอดคล้องกับแนวทางเดียวกัน คือการสงวนน้ำไว้ผลิตน้ำประปา ทั้งของการประปาส่วนภูมิภาค ส่งไปผลิตน้ำประปาป้อนเมือง , ประปาขององค์กรปกครองท้องถิ่น และของหมู่บ้าน เกษตรกรจะขอให้น้ำฝน และน้ำในแหล่งน้ำไร่นาไปก่อน แต่หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนานๆ รวมไปถึงตอนช่วงข้าวตั้งท้อง จึงจะขอให้ส่งน้ำไปในพื้นที่ชลประทาน

นายธวัชชัย ศรีทอง รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ขอบคุณที่เกษตรกรผู้ใช้น้ำเข้าใจ ในการสงวนน้ำเพื่อไว้ผลิตประปา เลือกที่จะดูแลคนไว้ก่อนต้นข้าว โดยช่วงนี้ไม่มีน้ำในอ่างฯจริงๆ ไม่สามารถส่งไปได้เลย แม้แต่ประปายังต้องลุ่นฝน และหากฝนตกลงมา ก.ค. , ส.ค.นี้ น้ำก็คงเต็มท้องนาอยู่แล้ว ให้เลยไปจนถึงข้าวตั้งท้อง โครงการฯพร้อมจะส่งน้ำไปให้ ซึ่งก็มีลักษณะนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ….