เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565พ.ต.ท.เจษฎา ว่องไว สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิทองว่า มีเหตุรถปิกอัพชนรถจักรยานยนต์ บริเวณกลางสี่แยกสัญญาณไฟจราจรบ้านเลื่อม ถ.เลี่ยงเมือง ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี มีผู้เสียชีวิตเป็นชายวัยรุ่นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ 1 ราย จึงออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี จนท.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทน.อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 6 ช่องทางจราจร และมีเกาะกลางถนน พบศพนายเทิดศักดิ์ พรมจร อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 334 ม.1 ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี นอนเสียชีวิตอยู่เลนในสุด ห่างจากจุดชน 50 เมตร สภาพคอหัก กะโหลกศีรษะแตก ขาหักทั้ง 2 ข้าง และข้อเท้าซ้ายฉีกขาดกระดูกโผล่เป็นแผลฉกรรจ์ ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีน้ำเงินขาว ทะเบียน 1กย 368 อุดรธานี สภาพพังยับเยิน

ถัดไปประมาณ 400 เมตร พบรถปิกอัพสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีขาว ทะเบียน กธ 8177 มหาสารคาม รถคู่กรณีจอดอยู่ริมถนน สภาพด้านหน้าขวาพังยับเยิน ล้อหน้าด้านขวาแตกและหลุดออกจากตัวรถ โดยมีนายธวัธชัย จันทโพธิ์ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 77 ม.2 ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี คนขับยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ พร้อมกับเพื่อนผู้ชายที่นั่งโดยสารมาด้วย 2 คน หลังจากนั้นอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมได้นำศพผู้ตายไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อรอญาติมาติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

สอบสวนนายนายธวัธชัย จันทโพธิ์ คนขับปิกอัพ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถไปทำงานพร้อมกับเพื่อนรวม 3 คน โดยขับมาจากทางสี่แยกบ้านถ่อน มาตามถนนเลี่ยงเมือง มุ่งหน้าไปทางบายพาสหนองคาย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุไฟสัญญาณจราจรฝั่งทางตนเป็นสีเหลือง จึงเร่งเครื่องยนต์เพื่อให้พ้น และมีรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับออกมาจากตัวเมืองอุดรธานี ทางฝั่งขวา

”ตนได้บีบแตรส่งสัญญาณเตือนยาวก่อนถึงสี่แยก แต่รถจักรยานยนต์ก็ไม่ยอมจอด ทำให้ตนเบรกไม่ทัน ก่อนชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเต็มแรง และพยายามประครองรถเข้าจอดข้างทาง เนื่องจากล้อด้านขวาแตกและหลุดออก ส่วนตนได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้าย และข้อมือมือทั้ง 2 ข้าง จากแรงกระแทก”

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี พบผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกตัวไปทางบ้านเลื่อม ก่อนจะมีสัญญาณไฟเขียวขึ้นประมาณ 2-3 วินาที และผู้ตายกำลังจะไปถึงช่วงกลางถนน และมีรถปิกอัพคู่กรณีขับมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนรถผู้ตายเข้าอย่างจังทำให้เสียชีวิตคาที่ ในเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถปิกอัพ “ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางสาวสมจิต แก้วสาย อายุ 53 ปี แม่ผู้ตาย เดินทางมารับเอกสารเพื่อไปติดต่อรับศพลูกชายที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมกับเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้ลูกชายขี่รถจักรยานยนต์จะไปธนาคาร เพื่อไปทำแอพธนาคารในโทรศัพท์มือถือ แต่ลืมสมุดบัญชี จึงกลับมาบ้านเพื่อเอาสมุดบัญชี ตอนนั้นตนกำลังซักผ้าจึงไม่ได้พาลูกชายไป  ลูกชายเรียนแค่มัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงออกเพราะไม่อยากเรียน  ซึ่งก็อยู่บ้านกับแม่ หารับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้าน โดยแม่ก็จะไปด้วยทุกครั้ง

”ตนมีลูกชาย 3 คน ผู้ตายเป็นคนเล็ก ปกติตนจะเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนลูกชายจะนั่งซ้อนท้ายไปด้วย บางครั้งตนเองขับขี่รถไม่ไหว ลูกชายก็จะขับให้ เมื่อเช้าตนซักผ้าอยู่ลูกชายก็ขี่รถมาเอง แต่ตนก็เตือนลูกว่าให้ขับขี่รถดีๆ และให้ระมัดระวัง กระทั่งมีคนมาบอกว่า ลูกชายถูกรถชนเสียชีวิต ลูกชายเป็นคนนิสัยดี พูดง่ายใช้ง่าย ใครๆก็รัก เมื่อวานนี้ตนก็เพิ่งไปร่วมงานศพคนแถวบ้านที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถเก๋ง แต่ก็ไม่คิดว่าตนจะได้มาจัดงานศพให้ลูกชายของตนในวันนี้”…

บทความก่อนหน้านี้หนุ่ม ปวช.3 ซิ่ง จยย.กลับบ้านชนเก๋งยูเทิร์นตัดหน้าดับคาที่ 
บทความถัดไปรอง ปธ.หอไทยเยี่ยมผู้เปิดตำนานทะเลบัวแดง