ผู้ตรวจการแผ่นดินโดดร่วมวง แก้ไขโรงงานยางแท่งเหม็น ส่งทัพหน้า ผอ.สอบสวน มารวมรวมข้อมูล พบกลิ่นเหม็นจริงเข้าถึงตัวเมือง หน่วยงานในพื้นที่ยังเห็นต่าง ก่อนตั้งคำถามเมื่ออำนาจพื้นที่ทำไม่ได้ จะให้ สผผ.ทำอะไรให้บ้าง รอวันที่ 22 มกรานี้พบกับทีมใหญ่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงต่อนายสิริน ชาวเพ็ชรดี ผอ.สำนักสอบสวน 2 พร้อมคณะ สนง.ผู้ตรวจการแผ่นดิน (สผผ.) เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและพิจารณาเรื่องร้องเรียน การปล่อยปะละเลยไม่แก้ไขปัญหา โรงงานยางของ บ.วงศ์บัณฑิต อุดรธานี จก. , บ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จก.(มหาชน) สาขาอุดรธานี ถ.นิตโย ต.หนองนาคำ อ.เมือง ส่งกลิ่นเหม็นประชาชนเดือดร้อน ต้องใส่หน้ากากมานานกว่า 7 ปี

นายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า กลิ่นเหม็นโรงงานยางแท่งเกิดขึ้นทุกโรง มีความรุ่นแรงแต่ละพื้นที่ต่างกัน โดย 2 โรงในพื้นที่ ต.หนองนาคำ มีความรุนแรงมากจากกำลังผลิต และอยู่ใกล้ชุนชน ซึ่งอุดรธานีแก้ไขทุกประเด็น อย่างต่อเนื่อง เคยมีคำสั่งปิดปรับปรุงไป 1 เดือน ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้หมด เรียกได้ว่าเป็นกลิ่น “เหม็นอมตะ” บางครั้งกลิ่นมาถึงตัวเมือง มีความเห็นไม่อยากให้มีโรงงานยางแท่งเพิ่ม หรือเพิ่มกำลังโรงงานขึ้นอีก จนกว่าจะแก้ไขปัญหากลิ่นได้ ทั่วประเทศกำลังมองการแก้ปัญหาของอุดรธานี

“ อบต.หนองนาคำ ได้บังคับใช้กฎหมายเหตุเดือดร้อนรำคาญตาม พรบ.สาธารณสุข หลังจากยังพบกลิ่นตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ขณะมีการคุยกันจะไม่รับซื้อยางก้อนถ้วยเปียก ให้ซื้อยางก้อนถ้วยแห้ง ยางก้อนถ้วยหมาด หรือยางเครป เพื่อไม่ให้น้ำเซรั่มในยางก้อนถ้วย รั่วไหลลงบนถนนระหว่างขนส่ง และไม่ให้น้ำเซรั่มเข้ามาในโรงงานยางแท่ง ซึ่งโรงงานยางแท่งทั้งหมด ยังไม่ได้ทำแผนเสนอมาให้จังหวัด รวมทั้งก็มีความหวั่นเกรงว่า น้ำเซรั่มที่สร้างปัญหากลิ่นในโรงงานแท่ง อาจจะทำให้ขยายความเดือดร้อนไปยังชุมชน ”

นายปราโมทย์ฯ ขอให้สื่อมวลชนติดตามข่าวต่อเนื่องเสนอแนวคิด ซึ่งระบุว่า สิ่งที่ยังไม่แก้ไข 2 ส่วน คือ 1.โรงงานยางแท่งยังไม่มีมาตรฐานกลิ่น ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้จริง ที่ผ่านมาเป็นการเทียบเคียงเท่านั้น แม้กรมควบคุมมลพิษอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ตัวเลขที่จะนำมาใช้ ไม่มั่นใจว่าชาวบ้านจะรับได้หรือไม่ และ 2.ไม่เคยมีมาตรฐานน้ำกรดหยดยาง ทำให้ขาดการควบคุมดูแล ซึ่งอุดรธานีเคยตรวจน้ำกรดหยดยาง วางขายในท้องตลาดทุกยี่ห้อ พบว่ากรดซัลฟิวริกมีโลหะหนักเจือปน ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น และอันตราย

นายพัดทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดเรื่องคุณสมบัติของกรดซัลฟิวริก ส่งผลต่อคุณภาพย่างดิบ มีเพียงมีผลทำให้กลิ่นแรงขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐนำมาส่งเสริม ซึ่งมีราคาถูกและใช้สะดวก เมื่อจะเปลี่ยนเป็นกรดฟอร์มิคก็สายเกินไป สำหรับการแก้ปัญหายืนยันว่า ไม่มีโรงงานที่ไหนในประเทศไทย แก้ไขปัญหากลิ่นได้ดีเท่ากับ 2 โรงงานที่อุดรธานี แต่กลิ่นเหม็นก็ยังกระทบชาวบ้านอยู่ สันนิษฐานกลิ่นมาเป็นช่วงๆ เพราะเกิดการสดุดของระบบ หรือเมื่อลมพัดแรงหอบกลิ่นออกมา

ดร.ธีร์ธวัช สิงหสิริ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม มรภ.อุดรธานี กล่าวว่า กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานกลิ่น สำหรับโรงงานประเภทใดบ้าง โดยไม่มีโรงงานยางในบัญชี การให้โรงงานยางมีมาตรฐานกลิ่น ทำได้โดยประกาศเพิ่มในบัญชีแนบท้าย หรือออกประกาศเฉพาะ ส่วนกรดซัลฟิวริกเป็นกรดอนินทรีย์ ที่อุดรธานีมีการตรวจพบโลหะหนัก ซึ่งอาจเป็นได้ว่ากรดเข้มข้น อาจะเคยนำไปใช้งานแล้ว ที่พบสารตกค้างคือโลหะหนัก อาทิ ตะกั่ว ที่ส่งผลกระทบมาตั้งแต่กับชาวสวน ที่ใช้กรดโดยมีรู้ว่ามีอันตรายสะสม และไม่ได้ป้องกัน

นายวิรุฬห์ ฤกษ์ธนะขจร ผอ. สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 ไม่เห็นด้วยกับการใช้ พรบ.สาธารณสุข เพราะจะโยนให้ท้องถิ่น ที่มีศักยภาพไม่เพียงพอ ลงไปดำเนินการในเรื่องใหญ่ จะทำให้ชุมชนขัดแย้งกันเอง และไม่เห็นด้วยกันการออกมาตรฐานกลิ่น ของกรมควบคุมมลพิษ เพราะทำขึ้นมาแล้วก็ไม่มีอำนาจบังคับโรงงาน โดยเสนอแนวทางแก้ไขที่ต้นทาง คือ โรงงานต้องชัดเจนไม่ซื้อยางใช้กรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นกรดสังเคราะห์ อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และต้องบังคับใช้กฎหมาย พรบ.โรงงานจริงจัง เพราถือว่ามีเหตุร้ายแรงแล้ว จนทุกหน่วยงานต้องมาแก้ปัญหา

ขณะ สนง.สาธารณะสุข จ.อุดรธานี ระบุผลจากการตรวจอากาศ ยังไม่พบสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งกับมนุษย์ พบเพียงสารก่อมะเร็งที่พบในสัตว์ทดลอง และมีปริมาณต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนการเฝ้าระวังสุขภาพกายและจิตใจ เรื่องสุขภาพพบระบบทางเดินหายใจอักเสพต่อเนื่อง ซึ่งได้เก็บข้อมูลของชุมชนทั้งที่ รพ.สต. และ รพ.ศูนย์อุดรธานี ส่วนด้านจิตใจพบภาวะเครียด ต้องการย้ายบ้านออกจากชุมชน โดยนัดพบคัดกรองในเดือนหน้า

นายสิริน ชาวเพ็ชรดี ผอ.สำนักสอบสวน 2 กล่าวว่า รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ จะเดินทางมาอีกครั้งในวันที่ 22 มกราคมนี้ เรื่องที่ชาวอุดรธานีเดือดร้อนมานาน ร้องเรียนไปหลายหน่วย อาทิ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , สำนักนายกรัฐมนตรี แรกๆชาวบ้านก็มีความหวัง เวลานานไปความหวังเลือนราง ทำอย่างไรจะไม่ให้เลือนราง เพราะอะไรจึงยังแก้ไม่ได้ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย หรือกฎหมายไปไม่ถึง ที่ผ่านมาพื้นที่ทำกันแล้ว ต้องการให้เราทำอะไรบ้าง

ผอ.สำนักสอบสวน 2 แสดงความเป็นห่วงว่า กลิ่นเหม็นไม่ได้สัมผัสเพียงแค่การดม อาจจะมีทั้งอันตรายและไม่อันตราย สารต่างๆที่มากับกรดหยดยาง จะแทรกซึมลงไปในผัก-ผลไม้-ต้นไม้ ได้หรือไม่ , ทำไมกลิ่นมันเดินทางได้ไกลกว่า 10 กม. มันรวมกลุ่มกันมาแบบไหน มันจะแตกตัวหรือสลายตัวไปได้เมื่อไหร่ ทำอย่างไรจะทำให้มันสลัดตัวออกจากกลุ่มได้ มันเป็นโจทย์ เราจะต้องคำถามและหาคำตอบ การกำหนดมาตรฐานกลิ่นโรงงานยาง จะแก้ไขเรื่องนี้ได้หรือไม่ ขอให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลวันนี้ และเพิ่มเติบไปให้อีก เพื่อหาทางออกร่วมกันอีกครั้ง….