เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวเดินไปพบกับนางพัชรา อายุ 57 ปี และนายไพบูลย์ กอทวีทรัพย์ อายุ 75 ปี สองสามีภรรยา ที่บ้านเลขที่ 29 บ้านห้วยปลาโด ม.10 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่อนันต์ กอทวีทรัพย์ หรือเอ๋ อายุ 32 ปี ลูกชาย เสพยาเสพติดจนเพี้ยน ก่อนเข้ามารื้อค้นเอาสร้อยคอทองคำ 3 เส้น น้ำหนักรวม 8 บาท ที่ซุกซ่อนไว้ในหมอนข้างบนที่นอนไป เกรงว่าลูกชายจะเอาไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ ก่อนหน้านี้ ลูกชายเป็นคนดี รักครอบครัว ไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้มานาน 5 ปี มีเงินสะสมกลับบ้านเกือบ 2 ล้านบาท มาอยู่บ้านได้ 2 ปี ติดยาเสพติดหนัก ผลาญเงินเก็บตัวเองจนเกือบหมด โชคดียังเหลือทองรูปพรรณและที่นา 17 ไร่

นางพัชราฯ เปิดเผยว่า ตนเองมีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 40 ปี นายเอ๋เป็นคนเล็ก อายุ 32 ปี ปัจจุบันคนโตยังทำงานเกษตรอยู่ที่เกาหลีใต้ ส่วนนายเอ๋เคยไปทำงานที่เกาหลีใต้เช่นกัน ไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม กลับมาอยู่บ้านได่ประมาณ 2 ปีแล้ว ตอนที่นายเอ๋กลับมาช่วงแรก เป็นคนดีเป็นคนรักครอบครัวมากๆ ซื้อที่นาให้แม่ไว้ 17 ไร่ ซื้อสร้อยคอทองคำ 3 เส้น น้ำหนัก 4 บาท 1 เส้น น้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น น้ำหนัก  1 บาท 1 เส้น หนักรวม 8 บาท ฝากแม่ไว้เพราะกลัวว่าตัวเองจะเอาไปขายเอาเงินมาใช้เล่น แต่มาช่วงหลังนายเอ๋เริ่มติดเพื่อน เริ่มติดยาเสพติด ได้แยกออกไปนอนที่กระท่อมนาคนเดียว นานๆครั้งจะกลับมาที่บ้าน เท่าที่ทราบเงินในบัญชีประมาณ 8 แสนบาท ลูกถอนออกมาใช้หมดแล้ว

“ และลูกก็พยายามมาขอสร้อยคอทองคำที่ฝากไว้คืน แต่แม่ไม่คืนให้ กลัวว่าลูกจะเอาไปขายจนหมดอีก ลูกชายเริ่มมีอาการหนักขึ้น พูดจาหยาบคายกับพ่อแม่ ขู่บังคับขอสร้อยทองคืน ขู่ว่าหากได้ทองมาแล้วจะนำไปทิ้งท่อน้ำบาดาลที่อยู่ข้างบ้าน หรือขู่ว่าจะเผาทองทิ้งเพื่อประชด ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าเมื่อวานนี้ตนเองออกไปตกปลาตามลำห้วย ก่อนกลับเข้ามาบ้านในช่วงเย็น มองเข้าไปในห้องนอนเห็นว่าที่นอนถูกรื้อ หมอนข้างที่ตนซ่อนทองไว้ถูกเปิดออก จึงเข้าไปตรวจสอบดูก็พบว่าทองถูกลักเอาไปแล้ว ตนคิดว่าเป็นฝีมือลูกชายแน่นอน พอเจอหน้าลูกก็เห็นสร้อยทองในมือลูกแล้ว จึงขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนไป ก่อนที่ลูกจะนำทองทั้งหมดโยนคืนให้จนสร้อยทองหนัก 1 บาทขาด “

นางพัชราฯ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เมื่อเช้านี้ตำรวจได้มานำตัวลูกชายไปโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานเคยถูกจับข้อหาเสพยาไปแล้ว 1 ครั้ง แม่อยากให้ลูกเลิกเสพยาเสพติด จึงรวบรวบเงินที่มีอยู่จำนวน 8000 บาท ให้ทางจิตอาสาเพจบ้านดุงอัพเดต เป็นค่าใช้จ่ายในการนำตัวลูกชายไปบำบัดที่ถ้ำกระบอก ทราบว่าจะเดินทางไปช่วงค่ำวันนี้ อยากให้ลูกชายกลับมาเป็นคนเดิม อยากให้ลูกชายกลับมามีอาการปกติ อยากให้มีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝา อยากอุ้มหลานแล้ว ทองที่เก็บไว้ในอนาคตหากลูกชายมีครอบครัวก็จะเอาคืนให้เขาไปเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย อยากบอกลูกชายว่า แม่รักลูกทุกคนเท่ากัน ลูกเป็นอย่างไรแม่ก็รัก หากหายดีแล้วก็ให้กลับมาอยู่ด้วยกัน อยากให้ครอบครัวกลับมาอบอุ่นเหมือนเดิม

นายไพบูลย์ฯ เปิดเผยว่า พ่อเป็นคนกรุงเทพฯ พบรักกับแม่ที่นั่น ก่อนพากันย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านนี้เมื่อหลาย 10 ปีที่แล้ว แต่ก่อนทำอาชีพรับเหมาต่อระบบไฟฟ้า แม่เป็นแม่บ้าน เผาถ่านขายเป็นอาชีพเสริม ส่งลูกชายคนแรกจนเรียนจบเกษตร วุฒิ ปวส. ส่วนลูกคนเล็กจบแค่ ม.3 เพราะช่วงนั้นครอบครัวเริ่มขัดสนเรื่องเงิน อาจจะทำให้ลูกคนเล็กน้อยใจ จนมีปมว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน แต่ก็ไม่มีอะไรรุนแรง พอเริ่มติดยาเสพติด อาการเพี้ยนมากขึ้น คำพูดคำจาเปลี่ยนไป ถึงขั้นบางทีจะทำร้ายพ่อด้วย ตนเองได้แต่เดินหนี หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง เสียใจมากที่ลูกชายเปลี่ยนไปแบบนี้ เสียใจที่ลูกต้องเสียผู้เสียคนเพราะยาเสพติด ก่อนลูกายจะติดยา ลูกชายเป็นคนเอาการเอางาน รักญาติพี่น้อง มีเงินเท่าไหร่ก็ให้พ่อให้แม่ ญาติพี่น้อง ลูกหลาน หากมีเงินพอก็หาซื้อให้ทุกคน ชีวิตครอบครัวต้องพังเพราะยาเสพติดจริงๆ

บทความก่อนหน้านี้แม่ค้าสุดทนเปิดคลิปแจ้งจับโจรแสบย่องลักผลไม้มูลค่า 3 พันบาท
บทความถัดไปจับผัวเมียท้อง 9 เดือขายยาบ้าหาเงินเตรียมคลอด