เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร ชั้น 4 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ และคณะทำงาน ป้องกันแก้ไขโควิด-19 อุดรธานี เพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19 ปัจจุบัน และนำเสนอแผนงานการเปลี่ยนผ่านสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมประชุมฯ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในการประชุมของนายสยามฯ ก่อนเดินทางไปรับตำแหน่ง ผวจ.นครราชสีมา

นายอุเทน หาแก้ว รองสาะรณสุข จ.อุดรธานี รายงานว่า สถานการณ์โควิด-19 อุดรธานี ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากผู้ป่วยสูงสุดวันละ 550 ราย (19 มี.ค.65) ลดลงมาเหลือวันละ 12 ราย (10 ก.ย.65) เสียชีวิตตั้งแต่ 1 ม.ค.-10 ก.ย.65 รวม 270 ราย โดย 267 ราย เป็นกลุ่ม เสี่ยง 608 หรือ 98.9 % และยังคงเป็นผู้ไม่ฉีดวัคซีนสูงสุด 56.7 % โดยมาตรการเฝ้าระวัง และควบคุมการแพร่ระบาด ยังคงเป็นคำสั่งจังหวัดอุดรธานี ฉบับล่าสุด 1 ก.ค.65

สรุปได้ คือ 1.การสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ตามความสมัครใจ พิจารณาตามข้อมูลฝ่ายสาธารณสุขรายงาน สำหรับผู้เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ติดเชื้อ จะต้องสวมหน้ากากอย่างถูกวิธี , 2.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารรถเปิดให้บริการได้ตามกฎหมาย รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยองค์กร COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด ,3.สถานบริการ หรือคล้ายสถานบริการ สามารรถเปิดให้บริการได้ตามกฎหมาย รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยองค์กร COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด , 4.การจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคน สามารถดำเนินการได้ โดยขออนุญาตจากนายอำเภอ และ 5.การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ให้เป็นไปตามกฎหมายปกติ

สำหรับมาตรการเฝ้าระวังโควิด-19 ในช่วงการเปลี่ยนถ่ายสู่สถานการณ์ปกติ เพื่อค้นหาเฝ้าระวังเชิงรุก และประเมินสถานการณ์การติดเชื้อ ด้วยการสุ่มตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยง 2,400 คนในรอบ 4 เดือน ตั้งแต่ 25 ก.ย.-31 ธ.ค.65 คือ 1.ในสถานบริการสุขภาพ รพ.ศูนย์-รพ.ชุมชน-รพ.สต. 800 ราย , 2.การสุ่มตรวจตลาดสด (ไทยอีสาน-เมืองทอง-โบ้เบ้) 1,600 ราย , 3.ตรวจหาเชื้อ ผับ-บาร์-คาราโอเกะ (โซนไฮเทค-ตะวันแดง-ลิทึม-เยลโลเบิร์ด) 640 ราย และบ้านพักคนชรา-ผู้พิการ-กลุ่มเปราะบาง 160 ราย

นพ.ทวีรัชต์ ศรีกุลวงศ์ รองสาธารณสุข จ.อุดรธานี รายงานว่า การฉีดวัคซีนในภาพรวมของจังหวัดยังไม่ถึง 80 % แม้จำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจะลดลง ยังมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีน และวัคซีนเข็มกระตุ้นทุก 3 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 อุดรธานีมีวัคซีนให้บริการเพียงพอ ไฟเซอร์ , แอสตราเซนิกา และชิโนฟาร์ม โดยวัคซีนชิโนฟาร์มของ อบจ.มี 12,032 โดส ซึ่งจากผลการศึกษาได้ผลดีมากใน 2 สูตร คือ ชิโนฟาร์ม+ไฟเซอร์+ไฟเซอร์ และชิโนฟาร์ม+แอสตราเซนิกา+แอสตราเซนิกา ขณะเดียวกันเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปก็ฉีดได้ สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์ฉีดไฟเซอร์ และผู้ที่จะเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จะต้องฉีดวัคซีน “ชิโนฟาร์ม” เท่านั้น

บทความก่อนหน้านี้3 ปี“ปทุมมา”ที่ห้วยสำราญตัดดอกขายแล้ว
บทความถัดไปลุงเขยข่มขืนหลานสาวนาน 5 เดือนความแตกหนีหายไปพร้อมป้า