กรณีเพจมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองให้ช่วยตามหา ด.ญ.โรส นามสมมติ อายุ 11 ปี และ ด.ช.วิน อายุ 7 ขวบ 2 พี่น้อง ชาวบ้านนากว้าง ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้หายออกจากบ้าน คาดว่าจะมีคนล่อลวง หรือลักพาตัวไป จึงได้ออกตามหาและโพสต์ลงไปในโลกเชียลให้ช่วยกันตามหา โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านขายของชำในหมู่บ้าน พบเห็นเด็กทั้งสองขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน ขข 2376 อุดรธานี เป็นรถเก๋งของนายวัชระ มาสุข หรือหนุ่ม อายุ 36 ปี ซึ่งเพื่อนเป็นเพื่อนพ่อของเด็กทั้งสอง ซึ่งชาวบ้านได้ช่วยกันออกตามหา ตั้งแต่เย็นวันที่ 13 มิถุนายน 2565

ก่อนพบรถเก๋งจอดล๊อคประตูไว้ที่ริมถนนบ้านนาทาม โดยมีชาวบ้านพบผู้ชายให้เด็กผู้ชายขี่หลัง เด็กผู้หญิงเดินตามถนนทุ่งแร่-บ่อน้อย ซึ่งเป็นป่าละเมาะขึ้นสองข้างทาง  พ่อแม่ ญาติ และชาวบ้าน ได้ตะโกนเรียกชื่อเด็ก กระทั่งเที่ยงคืนเด็กทั้งสองได้วิ่งออกมาจากป่าละเมาะเนื้อตัวสั่น โดยเล่าว่านายหนุ่ม ให้เงิน 20 บาท และชวนไปเล่นบ้าน ส่วนนายหนุ่มกระโดดหนีเข้าป่าหายตัวไป หลังจากนั้นอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม จะนำรถเก๋งคันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.นาข่า เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่  98 หมู่ 1 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี พบนางยุพัฒ สุขมานพ อายุ 41 ปี นายเกชา ธาตุไพบูลย์ อายุ 43 แม่และพ่อ ด.ญ.โรส และ ด.ช.วิน โดยนางยุพัฒ เปิดเผยว่า หลังจากตามลูกทั้งสองเจอ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายวัชระ มาสุข หรือนายหนุ่มแล้ว  โดยก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน ได้ใช้ให้ลูกทั้งสองคนไปซื้อน้ำแข็งที่ร้านขายของชำในหมู่บ้าน เสร็จลูกทั้งสองก็ไปเล่นอยู่ภายในซอยบ้าน กระทั่งมืดค่ำไม่พบลูกกลับมา จึงออกตามหาและโทรสอบถามเพื่อนสนิทของลูก แต่ก็ไม่มีใครพบ

“ หลังจากนั้นได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านนากว้าง ประสานอาสากู้ภัยมูลนิธิมาช่วยตามหา ร้านขายของชำบอกว่าเห็นลูกขึ้นรถเก๋งไปกับนายวัชระ เพื่อนรุ่นน้องที่ชอบมาดื่มเหล้ากับสามี จนเวลา 22.00 น. ลูกสาวได้ใช้โทรศัพท์นายวัชระ ส่งข้อความมาบอกว่า รถน้ำมันหมดที่ถนนบ้านเชียงพัง-นาทาม ต.นากว้าง จึงออกตามหาจนพบลูกทั้งสองวิ่งออกมาจากป่าละเมาะเนื้อตัวสั่น ลูกชายวิ่งออกมาจากป่าละเมาะพร้อมกับร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย  เนื้อตัวสั่น ซึ่งจุดพบตัวอยู่ห่างจากบ้าน 3 กม.ส่วนนายวัชระ ได้หนีไปแล้ว ซึ่งลูกทั้งสองยังไม่พูดอะไรให้ฟัง ต้องรอให้ลูกหายกลัวและตกใจก่อน จึงจะให้ยายถาม ซึ่งตนก็คิดไปสารพัดว่า นายวัชระจะล่อลวงลูกไปทำมิดีมิร้ายเหมือนในข่าว ”

นายเกชา ธาตุไพบูลย์ อายุ 43 ปี พ่อ ด.ญ.โรส และ ด.ช.วิน เล่าว่า รู้จักกับวัชระหรือหนุ่ม เพราะเป็นเพื่อนรุ่นน้อง จะมาดื่มเหล้ากับตนประจำ ตนก็คิดว่าเป็นคนดี ก่อนเกิดเหตุ นายวัชระมาหาตนที่บ้าน และนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน 2 คน ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเวลา 15.00 น. พอเหล้าหมดนายวัชระบอกว่าจะไปหาเงินซื้อเหล้า  พอรู้ว่าลูกหายไป และนายวัชระเป็นคนพาลูกตนไปด้วย โดยไม่บอกตน หายไปหลายชั่วโมง ซึ่งเมื่อก่อนจะพาลูกไปไหนก็จะบอกตน หากรถน้ำมันหมดก็โทรมาบอกตน ก็จะซื้อน้ำมันรถไปเติมให้และต้องรออยู่ที่รถ คิดว่านายวัชระชวนลูกไปในทางที่ไม่ดี และหลบหนี อยากเจอตัวนายวัชระ เพื่อสอบถามว่า พาลูกตนไปทำไม มีจุดประสงค์อะไร แต่ยังไม่พบนายวัชระเลย

นางทองยุ่น สุขมานพ อายุ 74 ปี ยาย ด.ญ.โรส และ ด.ช.นิว เล่าว่า ตนจะดูแลหลานให้อยู่ในสายตาตลอด ขณะหลานกำลังเล่นอยู่หน้าบ้าน เห็นนายวัชระเอาเงินให้หลานคนละ 10 บาท ประมาณ 1 ชม. ไม่ได้ยินเสียงหลาน ก็รู้สึกเอะใจ เพราะปกติหลานจะมาจัดยาให้กิน จึงออกตามหาหลานจนมืดค่ำ แต่ก็ไม่พบ มั่นใจว่าชายที่มากินเหล้ากับลูกเขย ขับรถเก๋งสีดำ ต้องเอาหลานไปแน่ๆ  มีชาวบ้านที่ออกไปหารังต่อเห็นนายวัชระจอดรถเก๋งไว้ริมทาง แล้วเดินเข้าป่า จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยออกตามหาจนพบหลาน “รู้สึกดีใจรีบกอดและรีบผูกแขนเรียกขวัญหลานทั้งสอง ต่อไปจะระวังหลานให้มากกว่าเดิม เพราะรักหลานมากกว่าสิ่งใดในโลก และบอกลูกสาวลูกเขยอย่าเอาคนแปลกหน้าเข้าบ้านอีก

นางน้อย นามสมมติ อายุ 56 ปี แม่นายวัชระ เล่าว่า รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นว่านายวัชระพาลูกชาวบ้านไปด้วย เพราะพ่อแม่เด็กทั้งสองมาถามหา โดยบอกว่ามีชาวบ้านพบเห็นนายวัชระพาเด็กทั้งสองไป และพบเด็กทั้งสองอยู่ในป่าละเมาะทางบ้านนากว้าง-นาทาม  ส่วนลูกชายหายไป กระทั่งเวลา 05.00 น.เมื่อเช้านี้พบนายวัชระ เดินกลับมาบ้าน จึงได้สอบถามว่า ไปพาลูกชาวบ้านไปไหน ซึ่งนายวัชระบอกว่า หลังเลิกดื่มเหล้ากับพ่อเด็ก จะขับรถไปซ้อมฟุตบอลที่บ้านเชียงเพ็ง

“ ลูกชายบอกอีกว่า เด็กทั้งสองขอไปด้วย เมื่อซ้อมฟุตบอลเสร็จก็ขับรถพาเด็กๆ กลับบ้าน แต่รถมาน้ำมันหมดที่บ้านนาทามจึงจอดรถทิ้งไว้ แล้วพาเด็กๆ เดินกลับบ้าน แต่มาพบชาวบ้านตามหาเด็กทั้งสองจำนวนมาก จึงทิ้งเด็กไว้ในป่าละเมาะแล้วหลบหนี นายวัชระ ลูกชายเคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู เคยเล่นให้กับทีมใน จ.อุดรธานี จ.หนองคาย ในลีคภูมิภาค แต่ต่อมามีพฤติกรรมดื่มสุราและเสพติดยาบ้า ทำให้มีอาการเพี้ยน อยากจะขอโทษพ่อแม่เด็กทั้งสองในสิ่งที่ลูกทำไป หากจะแจ้งความดำเนินคดีก็ไม่ว่าแล้วแต่พ่อแม่เด็กทั้งสอง ส่วนลูกชายอีกคนที่เป็นน้องชายชื่อหนุ่ย ศราวุฒิหรือพูนศักดิ์ มาสุข อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ตอนนี้รู้เรื่องแล้ว กำลังเดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาพี่ชาย “

นายรุ่ง ไหวพริบ 51 ปี เจ้าของร้านรุ่งเจริญนากว้าง เลขที่ 19 หมู่ 1 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี  พยานที่พบเด็กทั้งสองคนขึ้นรถไปกับนายวัชระ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เด็กทั้งสองมาซื้อน้ำแข็งกับเครื่องดื่มเกลือแร่ แล้วกลับไปบ้าน ไม่นานก็พบเด็กทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้า ปั่นจักรยานออกมาเล่นที่หน้าร้าน พอมืดค่ำพ่อแม่มาตามหาเด็ก ก็พบจักรยานเด็กจอดอยู่ข้างร้าน จึงไปเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน พบเด็กทั้งสองขึ้นรถเก๋งสีดำ ซึ่งเจ้าของรถเก๋งคือนายวัชระ หรือหนุ่ม ซึ่งตนก็รู้จักเพราะเป็นลูกค้ามาซื้อของที่ร้านประจำ ซึ่งนายวัชระสนิทสนมกับครอบครัวเด็กไปหาสู่กัน แต่ไม่ทราบเหตุผลว่านายวัชระจะพาเด็กไปไหน ไปทำอะไร แต่ก็โล่งใจที่เด็กทั้งสองปลอดภัย ไม่เป็นอะไร

บทความก่อนหน้านี้ส่งเรือดูดโคลนกำจัดวัชพืชทะเลบัวแดง
บทความถัดไปหนุ่มเสพยาจนหลอนไม่นอน 3 วัน คุ้มคลั่งอาละวาดถือมีดเดินไปมาบนหลังคาบ้าน