เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มกราคม 2566 ขณะที่ ร.ต.อ.สรวิศิษฏ์ มีเพียร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุชายป่วยจิตเวช อายุ 35 ปี ผูกคอตัวเองในห้องน้ำบ้านของตัวเองเสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 149/1 ม.6 บ้านนาหยาด ต.สาวพร้าว จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนไม้ พบชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนมุงดูที่หน้าบ้านจำนวนมาก โดยมี นายประภาส เชือดสีมนตรี ผญบ.บ้านนาหยาด พร้อมด้วยญาติผู้ตาย นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบศพนายวิเชียร แก้ววันนา หรือหนึ่ง อายุ 35 ปี เจ้ของบ้านใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองโยงเข้ากับขื่อห้องน้ำ สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเขียว กางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าแตะสีขาว

ตรวจสอบตามร่างกายและภายในบ้าน ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย เสียชีวิตจากขาดอกาศหายใจด้วยการผูกคอตัวเองมาประมาณ 3 วัน ญาติไม่ติดใจในสาเหตุ และมอบศพให้มูลนิธิส่งเสริมธรรมฯ นำไปเก็บรักษาไว้ที่สุสานบ้านปากดง ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี เนื่องจากบ้านและญาติพี่น้องมีฐานะยากจน และผู้ตายเป็นโสด เมื่อญาติพี่น้องมีความพร้อม จะได้นำศพมาทำบุญอุทิศส่วนให้ผู้ตายต่อไป

สอบสวนนายอนุรักษ์ ขำชัยภูมิ อายุ 47 ปี ผู้รับเหมาถมที่ดินให้การว่า เช้าวันนี้ตนมาตามผู้ตายให้ไปช่วยทำงานตัดต้นไม้ที่เจ้าของที่ดินต้องการตัดออก เมื่อมาถึงบ้านร้องเรียกหาก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงเดินไปเปิดประตูห้องนอนและประตูหลังบ้านก็ไม่พบ ก่อนเดินมาที่ห้องน้ำ และผลักประตูเปิดดูต้องถึงกับช็อคและขนหัวลุกซู่ เพราะประตูไปโดนแขนของผู้ตายที่ขึ้นอืดและกางออก ทำให้ศพผู้ตายหันหน้ามาหาตน

”ตอนนั้นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ร้องเสียงหลงวิ่งออกมาที่ประตูหน้าบ้าน และหยิบรองเท้าถือไปโดยไม่ได้สวมใส่ เพราะความตกใจไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านในอาการตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ ยอมรับว่าตกใจที่สุดในชีวิต เมื่อกลับไปบ้านผู้เฒ่าผู้แก่ได้นำสายสินจน์มาผูกข้อมือซ้ายเพื่อเรียกขวัญ และคิดว่าวันนี้ตนเองคงนอนไม่หลับ เพราะตกใจกลัวมาก เนื่องจากภาพมันยังติดตา คืนนี้คงต้องไปขอหลบนอนที่บ้านญาติที่ บ.สามพร้าว ก่อนสักคืน”

ขณะที่นายประภาส เชือดสีมนตรี ผญบ.บ้านนาหยาด เปิดเผยว่า สาเหตุที่ผู้ตายคิดสั้นผูกคอตัวเองตายนั้น คาดว่าเกิดจากอาการหลอนยาบ้า เพราะผู้ตายติดเสพยาบ้านจนมีอาการทางจิตเวช จนมีอาการคุ้มคลั่งทุบทำลายบ้านของตัวเอง จนประตูหน้าต่างพังเสียหาย ล่าสุดเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ผู้ตายมีอาการคุ้มคลั่ง ได้ประสานตำรวจมาควบคุมตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ กลับออกมาก็มีอาการดีขึ้น และยึดอาชีพรับจ้างทั่วไป ใครจ้างไปทำอะไรก็ไม่เคยเกี่ยง แต่พอทำงานมีเงินก็หวนกลับไปเสพยาบ้าอย่างหนักอีก จึงทำให้เกิดอาการหลอน จนคิดสั้นผูกคอตาย

ด้านนายหนูทัย แก้ววันนา อายุ 56 ปี อาของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายเป็นหลานชาย อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ตามลำพังหลังจากพ่อแม่ป่วยเสียชีวิตไปหมดแล้ว สาเหตุที่หลานชายผูกคอดับ น่าจะมาจากอาการทางจิตเวช ผลจากการเสพยาบ้ามานานนับ 10 ปี นับตั้งแต่หลานชายปลดประจำการจากทหารเกณฑ์มา เมื่อก่อนก็ยังพอมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย แต่เมื่อผู้ตายเมายาบ้าอาละวาด ทุบทำลายข้าวของ ประตูหน้าต่างพังไม่เป็นชิ้นดี เลยพากันแยกตัวออกมา ปล่อยให้ผู้ตายอยู่ตามลำพัง เมื่อ 3 วันที่แล้ว ผู้ตายไปหาตนที่บ้านเพื่อขอข้าวกิน คงเป็นอาหารมื้อสุดท้ายที่หลานชายได้กิน ทุกครั้งเมื่อหลานชาย ตนจะถูหหลานหาเรื่องทะเลาด่าทอกัน แต่ครั้งนี้หลานชายกลับพูดจาดีมีมารยาท ตนก็รู้สึกแปลกใจในความผิดปกติ กระทั่งเช้าวันนี้ก็มาทราบข่าวว่าผูกคอตายมา 3 วันแล้ว…..

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มหลอนยาระแวงเมียนอกใจเผาบ้านเช่าประชดวอดทั้งหลัง
บทความถัดไปชาวอุดรนับหมื่นคนรำถวายกรมหลวงประจักษ์ฯวันตั้งเมือง