เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 พ.ต.อ.กฤช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.4 ชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ลงพื้นที่เกิดเหตุชิงทองคำ ร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส สาขาตลาดรังษิณา ใกล้สี่แยกบายพาสอุดรญ-หนองคาย ทน.อุดรธานี ที่ถูกคนร้ายใช้ก้อนหินปากระจกตู้โชว์ทองติดผนัง กวาดทองรูปพรรณน้ำหนักกว่า 50 บาท แล้วขึ้นรถ จยย.ที่มีคนร้ายอีกรออยู่หลบหนี

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ได้ขอตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ทั้งของร้านที่เช่าพื้นที่ และกล้องของห้างสรรพสินค้า เพื่อตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ย้อนหลังอย่างละเอียด ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุ ขณะที่กำลังตำรวจบางส่วน แยกไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางถนนรอบเมือง ที่คนร้ายขี่รถ จยย.หลบหนี ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของกล้องเป็นอย่างดี

น.ส.นิสรา ศิริสวัสดิ์ อายุ 33 ปี ผู้จัดการเขต เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุยังไม่ได้ตรวจนับ ทองรูปพรรณที่คนร้ายชิงไป ได้แต่ประมาณว่าน้ำหนัก 55 บาท วันนี้ได้ตรวจสอบจนแน่ชัดพบว่ามี สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 5 เส้น สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท 4 เส้น สร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาท 2 เส้น สร้อยข้อมือทองคำ หนัก 2 บาท 1 เส้น และสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท 14 เส้น รวม 26 เส้น น้ำหนักรวม 53 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,171,300 บาท

นายสันติสุข สุวรรณกุมาร อายุ 29 ปี พนักงานร้านขายเคสโทรศัพท์มือถือ กล่าวว่า ได้ยินเสียงเหมือนแก้วแตก รู้ภายหลังว่าคนร้ายเอาก้อนหิน ปากระจกตู้โชว์ร้านทอง ก่อนเข้าไปชิงทองแล้ววิ่งออกมา เป็นจังหวะที่ตนมองเห็น คนร้ายถืออาวุธปืน อยู่ในมือเป็นกระบอกสีดำ คิดว่าเป็นแบบแม็กซีน ตอนคนร้ายวิ่งหลบหนีออกไปยัง ประตูทางออกของห้างสรรพสินค้า

พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมี 2 คน คนที่เข้ามาก่อเหตุมีรูปร่างล่ำเตี้ย ส่วนคนที่รอที่รถ จยย.ที่จอดรอนอกห้าง ยังไม่ทราบตำหนิรูปพรรณ หลังคนร้ายคนที่หนึ่ง ก่อเหตุแล้ววิ่งออกนอกห้าง คนร้ายคนที่สองได้ขี่รถ จยย.มารับตรงปากทางออกห้างติดถนนรอบเมือง ขณะนี้กำลังเร่งติดตามว่าคนร้ายใช้เส้นทางไหนหลบหนี เพื่อหารายละเอียดของรถ จยย.เบื้องต้นทราบว่า รถเป็นยี่ห้อฮอนด้า สีดำ

“ ก่อนก่อเหตุประมาณ 15 นาที คนร้ายคนที่ลงมือก่อเหตุ ได้เดินดูลาดเลาผ่านหน้าร้านทองที่เกิดเหตุ 2 รอบ ลักษณะเดินวนขวาผ่านหน้าร้าน จากนั้นรอบที่ 3 ก็ลงมือก่อเหตุ ในส่วนของอาวุธปืน ยังไม่ชัดเจนว่ามีหรือไม่ ซึ่งพยานที่เห็นก็ยังไม่มีความชำนาญว่าเป็นอาวุธปืนหรือไม่ โดยทางตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ”

บทความก่อนหน้านี้สายเคเบิ้ลนครอุดรลงใต้ดินเริ่ม ม.ค.นี้
บทความถัดไปขอพ่อปู่แม่ย่านำเหรียญในบ่อคำชะโนดเช่าบูชา