ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ได้เดินทางไปยังทุ่งนาริมหนองหมัด ม.9 บ.เชียงพิณ ต.เชียงพิณ อ.เมือง หลังจากรับแจ้งว่า บริเวณนั้นมีไฟลุกไหม้อยู่ใต้ดินมากว่า 5 เดือน ทั้งฝ่ายป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย อบต.เชียงพิณ ได้มาเปิดหน้าดิน นำรถน้ำฉีดน้ำดับไฟไปแล้ว แต่ไฟก็ยังคงลุกไหม้อยู่ใต้พื้นดิน มีควันสีขาวพุ่งขึ้นมา ไม่มีท่าทีว่าไฟใต้ดินจะดับ ล่าสุดเจ้าหน้าที่จาก สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 เข้าพื้นที่มาตรวจสอบหาสาเหตุไปก่อนแล้ว

ที่ดินบริเวณดังกล่าว อยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน เป็นแปลงปลูกหญ้าเนเปียร์เลี้ยงวัว พบกับนางปัทมา พิมพ์สาลี อายุ 62 ปี อยู่ที่ 812 ม.9 บ.เชียงพิณ เจ้าของที่นา และนายประเสริฐ จันนาวัน ผญบ.ม.9 พาตรวจสอบพบว่า พื้นที่ติดริมหนองน้ำที่เป็นดินสีดำ มีกลุ่มควันสีขาวลอยขึ้นจากใต้ดิน เมื่อนำไม้เขี่ยควันจะลอยขึ้นมาก และควันที่ออกมามีกลิ่นเหม็นฉุนเหมือนไฟไหม้สารเคมี เมื่อสูดดมนาน ๆ จะแสบจมูก และต้นไม้ใหญ่ริมหนองน้ำ แห้งตายเพราะถูกความร้อนจากไฟที่ไหม้ใต้ดิน

บริเวณเกิดไฟไหม้ใต้ดินมีพื้นที่ราว 50 ตารางวา มีร่องรอยการขุดเปิดชั้นใต้ดิน เห็นดินที่ถูกไฟไหม้มีสีแดงอิฐ เหมือนสีอิฐมอญที่เผาแล้ว และมีการขุดร่องกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 1 เมตร ล้อมรอบจุดที่เกิดไฟไหม้ใต้ผิวดิน ป้องกันไม่ให้ไฟใต้ดินไหม้ลุกลาม และกันวัว ควาย สัตว์เลี้ยง ไม่ให้เข้าไปบริเวณไฟไหม้ ขณะที่นายประเสริฐฯ ได้นำไข่ไก่ดิบ ใส่ลงไปในจุดที่มีควัน ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ไข่ที่ใส่ลงไปก็สุกขนาดไข่ลวก

นางปัทมา พิมพ์สาลี เล่าว่า เห็นควันไฟขึ้นจากใต้ดิน มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ คิดว่าเกิดจากคนมาหาจับหนู ได้จุดไฟทิ้งไว้ไม่ยอมดับ แต่ผ่านมาได้สักพัก ก็เห็นว่าควันยังไม่ดับ ก็เอาน้ำมาราดไฟก็ไม่ดับ และต่อมาวัวที่ตนเลี้ยงไว้ มาหากินหญ้าที่นี่ ขาหลังขวาตกลงไปในโพรงที่มีไฟ วัวบาดเจ็บจึงมาดู พบว่าใต้ดินมีไฟไหม้ ควันที่เหม็นลอยออกมา ถ้ามีลมมันก็พัดเข้าหมู่บ้าน

“ ตอนนั้นได้ต่อไฟฟ้ามา นำเครื่องสูบน้ำ 2 ตัว มาสูบน้ำในหนองใส่ไฟมันก็ไม่ดับ เมื่อเกิดถูกไฟดูดจึงไม่ทำต่อ แล้วไปแจ้งให้ทาง อบต.เชียงพิณ มาแก้ไข เขาก็เอารถน้ำมาฉีดใส่ใต้ดิน ก็บอกเข้าว่าช่วยดับให้สนิทด้วย แต่ไฟใต้ดินก็ยังไม่ดับ และจากการที่เจ้าหน้าที่จาก สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 เข้ามาตรวจสอบ เราก็ไม่รู้ว่าเขาว่าอย่างไร ที่เขาคุยกัน เราก็ไม่ได้ยิน เพราะว่าตนหูตึง แต่ก็ดีใจที่มีคนมาดู เพราะต่อไปวัวเราจะได้ไม่ได้รับอันตราย ”

นายประเสริฐ จันนาวัน ผญบ. ม.9 เปิดเผยว่า ตอนเป็นเด็กก็เคยมีไฟไหม้ใต้ดิน สมัยนั้นจำได้ว่ามีเงินผันลงมาขุดลอกหนองหมัก สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านไป 2 ปีไฟก็ไหม้อีก มีชาวบ้านบอกร้องเรียนว่า มีกลิ่นเหม็นฉุน พัดโชยเข้าไปถึงหมู่บ้านที่ห่างไป 2 ก.ม. จึงออกมาดูแล้วแจ้งไปทาง อบต.เชียงพิณ นำรถแบคโฮมาขุดเป็นร่อง กันไม่ไห้ไฟใต้ดินลามไปที่อื่น แล้วนำรถน้ำมาฉีดอัดเข้าใต้ดิน ตนก็ไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ว่าดินแถวนี้จะเป็นสีดำเกือบทั้งหมด

นายสายันต์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว พบว่าการไหม้มีกลิ่นเหม็นของสารซัลเฟอร์ ที่เหมือนการเผาถ่านหินคุณภาพต่ำ และตรวจสอบน้ำในหนองจะเป็นกรดอ่อน ๆ เบื้องต้นแจ้งห้ามรดน้ำกับไฟ เพราะน้ำจะเร่งปฏิกิริยาให้ไฟไหม้เพิ่มขึ้น และให้ทาง อบต.เชียงพิณ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สนง.อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 2 อุดรธานี ให้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง…