เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 กันยายน 2563 ที่ห้องประชุม สภ.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.นพดล วิเศษศรี รอง ผกก.สส. หน.สภ.นาข่า ร่วมกันสอบสวนปากคำ นายพนมสินหรือบุญเพ็ง ม่านชนิด อายุ 63 ปี ชาวบ้านดงใหญ่ ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ผู้ต้องหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” กล่าวหาใช้อาวุธปืนยิง นายประสาน ทิพย์ภูมิ อายุ 67 ปี ชาวบ้านเหล่าศรีจารย์ ต.นาข่า อ.เมือง

พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12 จำนวน 1กระบอก ซองปืนสีดำ 1อัน เสื้อคลุมแขนยาวที่ใช้สวมใส่วันก่อเหตุ 1 ตัว รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเทน่า สีดำ-เทา ทะเบียน กรท-220 อุดรธานี และ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้าย ที่ขอยืมเพื่อนบ้านในหมู่บ้านดงใหญ่ ไปถอดตัวพ่วงข้างออก ก่อนใช้ขี่หลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติ บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโนนสาวเอ้ อ.เรณูนคร จ.นครพนม และถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวช่วงบ่าย วันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายประสานฯ เนื่องจากโมโหจนหน้ามืด เพราะเจ็บแค้นแทนนางสมยศ ขันดา หลานสาว ที่ถูกผู้ตายมายืนทวงหนี้ และด่าทอขู่เอาชีวิต อยู่ที่หน้าบ้านหลายครั้ง ในขณะตนขนกระสอบข้าวเปลือกไปเก็บ และด่าลามไปบุพการีตน รวมทั้งหาว่าตนมาเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน เมื่อสุดทนจึงใช้อาวุธปืนที่เก็บได้ที่บริเวณทุ่งนา ยิงใส่ปากผู้ตาย 1 นัด หลังจากเคยเตือนผู้ตายแล้ว

“ เคยเป็นอาสาสมัครทหารพราน ผ่านสมรภูมช่องเม็ก เขาตะโก หลังจากภรรยาชีวิตเมื่อปี 2550 ลูกชายถูกจับดำเนินคดีฆ่าคนตาย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 จึงมารับจ้างหลานสาวทำนาเลี้ยงควาย และเลี้ยงไก่ชนขาย หลังก่อเหตุหลบหนีไปที่บ้านเกิด อ.เรณูนคร อยากบอกลาพ่อแม่ เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องถูกจับ และกำลังจะเดินทางกลับมามอบตัว แต่ก็มาถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวเสียก่อน ”

ต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัว นายพนมสินฯ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และจุดธูปบอกกล่าวดวงวิญญาณผู้ตาย เพื่อขออโหสิกรรม ตรงจุดที่ผู้ตายล้มลงเสียชีวิต โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนดูประมาณ 20 คน รวมทั้งนางอุทัย สารีรูป อายุ 49 ปี ญาติผู้ตายที่มามีครอบครัวอยู่ที่ บ้านนาคำหลวง ต.นาข่า มายืนดู โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง หรือด่าทอผู้ต้องหาแต่อย่างใด และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพอใจที่ตำรวจสามารถติดตามตัวคนร้ายได้รวดเร็ว ส่วนมือปืนกับผู้ตาย ก่อนหน้านี้ก็เคยกินดื่มด้วยกัน ไม่คิดว่าจะถึงขั้นก่อเหตุฆ่ากันตายแบบนี้

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ฝากเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ในเรื่องของสติและอารมณ์ อย่างเช่นกรณีคดีนี้ ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาและผู้ตายจะมีอายุมาก แต่เมื่อขาดสติ ขาดวุฒิภาวะ เวลาโมโห จึงทำให้เกิดเหตุสลดขึ้นตามมา อย่างไรก็ตามทางมือปืนก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลั่นไกรยองผู้ตายเสียชีวิต และหลังจากนี้ทางตำรวจจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา คือ “พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ ในตัวเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหา เมื่อปี 2549 ถูกตำรวจ สภ.เพ็ญ จับกุมดำเนินคดีในข้อหา “พกพาอาวุธปืนฯ” ติดคุก 1 ปี 6 เดือน….