ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 ในสื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่คลิป เหตุคนร้ายไล่แทงชาวบ้าน เสียชีวิต 2 ราย เจ็บ 6 คน จากกล้องวงจรปิดของหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งบนถนนประจักษ์ศิลปาคม ไม่ไกลจากจุดที่คนร้ายถูกจับกุม เป็นภาพพลเมืองดีหลายคน พยายามจับหรือหยุดฆาตกรโหดรายนี้ แต่ภาพดังกล่าวกลับผิดไปจากไทมไลน์ของตำรวจ จากที่ตำรวจระบุว่าคนร้ายขี่ จยย.มาจาก 5 แยกวุ่นวาย กลับเป็นว่าคนร้ายขี่ จยย. มาจากวงเวียนเฉลิมพระเกียรติ

ภาพในกล้องวงจรปิด 2 ชุด ที่ถูกแพร่ออกไปอธิบายได้ว่า เวลา 13.39.48 น. คนร้ายขี่ จยย.มาจากวงเวียนเฉลิมพระเกียรติ มีพลเมืองดีขับขี่ จยย.ติดตามมาหลายคัน หนึ่งในนั้นเป็นชาย (หนุ่มเคอรี่)ที่สวมชุดพนักงาน “เคอรี่ เอ็กเพลส” ได้ใช้เท้าถีบ จยย.คนร้าย จนเสียหลักจะพุ่งเข้าหาฟุตบาท คนร้ายใช้ทักษะที่คล่องตัว กระโดดออกจากรถโดยไม่บาดเจ็บ ในมือซ้ายยังกำมีดพับไว้แน่น หนุ่มเคอรี่ขี่ จยย.ไปจอดเลยไปเล็กน้อย

(13.39.51) จังหวะเดียวกันมีพลเมืองดีคนที่สอง (หนุ่มมือคราด) สวมเสื้อยืดสีเขียวอ่อน สวมหมวกกันน็อคสีขาว ขี่ จยย.ตามมาจอดต่อจากจุดเกิดเหตุ คนร้ายเดินตรงเข้าไปหา คาดว่าจะไปชิงเอารถ จยย.หรือไปทำร้าย หนุ่มมือคราด ได้ใช้มือดึงคราดเหล็กออกมา เพื่อป้องกันตัวเอง พร้อมเดินเข้าหาคนร้าย แกวงคราดไปมาเพื่อข่มขู่คืน แต่คนร้ายไม่แสดงอาการกลัว ต่างคนต่างเผชิญหน้ากัน

ไล่เลี่ยกันมีพลเมืองดีคนที่สาม (หนุ่มเสื้อเขียว) สวมเสื้อสีเขียวคล้ายแก๊ปฟู๊ด สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีไม่เข้มนัก ขี่ จยย.มาจอดแล้วลงรถมาสมทบ พลเมืองดีสองคนเผชิญหน้าคนร้าย บริเวณรอบ จยย.หนุ่มเสื้อเขียว แต่ไม่ทราบสาเหตุ พลเมืองดีล่าถอยกลับมา คนร้ายไล่ตามมาจนถึงจุดที่รถล้ม แล้วถอยกลับไป

หนุ่มมือคราด ไปเอาพลั่วเหล็กที่วางขายหน้าร้าน 2 ชิ้น เอามาแบ่งให้หนุ่มชุดเขียว เป็นอาวุธถือรุกไล่คนร้ายกลับ โดยมีหนุ่มเคอรี่ฯที่ถีบรถคนร้ายล้ม เข้าสนับสนุนอยู่ห่างๆ

(13.40.50 น.) เกิดเหตุระทึกขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนร้ายพยายามเข้าไปทำร้าย และชิงรถ จยย.ของชาวบ้านจอดอยู่ใกล้เกาะกลางถนน พลเมืองดีสองคนที่ถือพลั่วได้เข้าไปช่วย คนร้ายวิ่งหนีไปทางวงเวียนเฉลิมพระเกียรติ โดยมีหนุ่มเคอรี่เข้ามาช่วยชาวบ้านรายนั้น

(13.41.06) ทั้งหมดหายจากกล้องไป ก่อนที่คนร้ายจะไปถูกจับที่หน้าร้านขายยา ใกล้วงเวียนเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งจนถึงขณะนี้พลเมืองดีทั้ง 3 คน ยังไม่ได้ออกมาแสดงตัว การทำหน้าที่ “พลเมืองดี” ในครั้งนี้…

พลเมืองดีทุกคน….สมควรได้รับการยกย่อง และคำขอบคุณ