เวียตเจ็ทเปิดเส้นทางบินใหม่เป็นทางการ เชื่อมอุดรธานีเข้ากับสุวรรณภูมิ และเชียงราย ยอดจองวันแรกทะลุ 5 พันที่นั่ง มั่นใจอุดรธานีจะเป็นศูนย์กลาง เชื่อมไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ที่โรงแรมเดอะปริ๊นซ์เซส ถ.นิตโย ทน.อุดรธานี นายรณน วิพุธศิริ ผอ.ฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ท แถลงเปิดเส้นทางบินใหม่สู่อุดรธานี ทั้งจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และเชียงราย โดยมีนายกำแหง สายวิภู ผอ.ท่าอากาศยานอุดรธานี นางภาวนา ประจิตต์ ผอ.ททท.สนง.อุดรธานี และตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน บริษัทนำเที่ยว พร้อมด้วยสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังและตอบข้อซักถาม

นายรณน วิพุธศิริ ผอ.ฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ท เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยเวียตเจ็ทเปิดให้บริการในประเทศไทยมา 3 ปีแล้ว มีเส้นทางการบินในประเทศไทย 5 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ และ ภูเก็ต – เชียงราย ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศมี 17 เส้นทางเชื่อมไทย (สุวรรณภูมิ) สู่เวียดนาม ไต้หวัน และจีน ไทยเวียตเจ็ทให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 และ A321 มากกว่า 80 ลำ

“ วันนี้เรามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยเส้นทางกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – อุดรธานี จะเริ่มบินตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ออกเดินทาง จากกรุงเทพฯ 07.20 น. ถึงอุดรธานี 08.30 น. เที่ยวบินขากลับออกจากอุดรธานี 09.10 น. และกลับถึงกรุงเทพฯ 10.20 น. และยังมีเที่ยวบินไปอุดรธานีในช่วงเย็น ซึ่งจะมีบริการ 3 วันต่อสัปดาห์คือในวันอังคาร พฤหัสฯ และอาทิตย์ ออกจากกรุงเทพฯ 16.25 น.อุดรธานี 17.35 น. และอีกเที่ยวบินที่เดินทางออกจากอุดรธานี 21.15 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 22.25 น.“

นายรณน เปิดเผยอีกว่า สําหรับเส้นทางเชียงราย (สนามบินแม่ฟ้าหลวง) – อุดรธานี จะมีบริการเที่ยวบินไป-กลับ 3 วันต่อสัปดาห์ คือ วันอังคาร พฤหัสฯ และอาทิตย์ เริ่มบินตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ โดยออกเดินทางจากอุดรธานี เวลา 18.05 น. ถึงเชียงราย 19.10 น. เที่ยวบินขากลับออกจากเชียงรายเวลา 19.40 น. กลับถึงอุดรธานี 20.45 น. โดยเปิดให้จองเที่ยวบินผ่านทางเว็ปไซต์ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพียงวันแรกมียอดจองมากกว่า 5 พันที่นั่ง

“ อุดรธานีถือเส้นทางแรกของอีสาน เราเลือกที่นี่เพราะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค รวมไปถึงลูกค้าจากทาง สปป.ลาว เรามองว่าที่นี่เป็นฮับที่สำคัญ ทั้งเรื่องการค้าขายและการท่องเที่ยว ในอนาคตจะต้องศึกษาเส้นทางนี้ให้มากขึ้น อาจจะเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทั้งเวียดนาม เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เส้นทางที่ว่านี้น่าสนใจมาก และเชื่อว่าศักยภาพของสนามบิน และจำนวนนักท่องเที่ยว หรือผู้ใช้บริการ สามารถต่อยอดในอนาคตได้อย่างแน่นอน ”