เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี สมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2564 มีนายชินโชติ ลิ้มธนาคม ประธานสภาสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีนายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี และนำคณะบริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี 41 ท่าน เข้าร่วมการประชุมฯ

การประชุมฯมีวาระที่สำคัญ 5 ญัตติที่สำคัญ คือ ขอความเห็นชอบในการรับโอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กรณีโรงเรียนบ้านหนองหัวคู อ.บ้านผือ , ญัตติขออนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 งบลงทุน แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา แผนงานการเกษตรและแผนงานการศึกษา , ญัตติขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 งบลงทุน แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา , ญัตติขออนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 งบลงทุน แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา แผนงานการศึกษา และแผนงานศาสนา วัฒนธรรมและนันทนาการ ซึ่งทุกญัตติผ่านความเห็นชอบทั้งหมด

และในระเบียบวาระที่ 6 เรื่องอื่น ๆ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ส่วนใหญ่ลุกขึ้นอภิปรายเห็นด้วยกับการรับโอนสถานศึกษา มาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี และเห็นด้วยในการตั้งงบฉุกเฉินจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และยังมีการอภิปรายเรื่องข้าราชการ พนักงาน อบจ.อุดรธานี ขอรับเงินโบนัสประจำปี 2564 ที่ก่อนหน้านี้มีการประชุมหารือเรื่องนี้ ด้วยว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่สู้ดีนัก มติที่ประชุมครั้งนั้นสรุปจะขอรับเงินโบนัสครึ่งเดียว หรือที่ตั้งไว้ 20.4 ล้านบาท โดยจะนำงบส่วนนี้ 10 ล้านบาท มาปรับปรุงถนนหนทางทั้ง 20 อำเภอ ขณะที่สมาชิกบางคนไม่เห็นด้วย หากจะนำไปปรับปรุงถนน ที่มีลักษระเป็นสายสั่นๆ น่าจะเอาไปสนับสนุนแก้ไขปัญหาโควิด-19

นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี กล่าวตอบข้อซักถามสมาชิกสภาฯว่า เรื่องการสั่งจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ได้อนุมัติงบสะสมภัยพิบัติ 100 ล้านบาท จากงบที่มีอยู่ 140 ล้านบาท ประเมินแล้วว่าจะสามารถฉีดให้ประชาชนได้ 56,306 คน คนละ 2 โดส และยังคืนวัคซีนให้กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือ 5,630 ชุด ก็จะเหลืออยู่ประมาณ 50,000 ชุด หากตัดคนที่ฉีดไม่ได้หรือกลุ่มที่มีชื่อในการจองส่วนอื่นเช่นของจังหวัด จะเหลือกลุ่มที่ อบจ.ประเมินว่าจะต้องดูแลประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งหากวัคซีนที่ได้มาก็เพียงพอแค่ 50,000 คน ก็จะต้องเฉลี่ยไปทุกอำเภอทั้ง 20 อำเภอเท่า ๆกัน ตามจำนวนประชากรของแต่ละพื้นที่

“ และยืนยันว่าตัวผมเอง และข้าราชการ พนักงาน ของ อบจ.อุดรธานี จะไม่ขอรับวัคซีนชุดนี้ จะเอาไว้เพื่อประชาชนกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการการยื่นหนังสือสั่งจอง ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะได้วัคซีนวันไหน และยังติดปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างการตรวจรับพัสดุ ซึ่งได้ปรึกษากับ รมช.มหาดไทย ซึ่งกำลังหาวิธีแก้ไขอยู่ ทุกจังหวัดเป็นปัญหาหมด หากได้มาแล้วถึงจะเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง อาจจะผ่านสาธารณสุขอำเภอและเตรียมจัดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อลงทะเบียนขึ้นมาแล้ว ย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ แต่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ”

 

นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่น อบจ.อุดรธานี ได้อุดหนุนช่วยเหลืองบประมาณไปยังโรงพยาบาล เพื่อเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ State Quarantine หรือ local Quarantine หรือแม้กระทั่ง รพ.สนาม เราอุดหนุนไปแล้ว 2.5 ล้านบาท ให้ทางสาธารณสุข จ.อุดรธานีไปดำเนินการเอง นอกจากนี้ยังดำเนินการซื้อเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย ให้กับสถานศึกษาในสังกัดและสังกัดอื่นด้วย โดยจะเร่งดำเนินการให้ครบทุกที่ก่อนวันที่ 17 กรกฎาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ที่ประชุมฯยังได้มีการสรุปการอุดหนุนช่วยเหลือ สนง.ปศุสัตว์ จ.อุดรธานี กรณีการระบาดของโรคลัมปี – สกิน ในวัว ก่อนหน้านี้ช่วยเหลือไปแล้ว 5 แสนบาท และได้มีการช่วยเหลือเพิ่มเติมไปอีก 1 ล้านบาท ในการซื้อยาและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

บทความก่อนหน้านี้เปิด รพ.สนามรอบสอง เหตุผู้ป่วยจากกรุงเทพพุ่ง
บทความถัดไปติดโควิดกลับบ้านรักษา อุดรยังมีเตียงพร้อมรับ