เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 มิถุนายน 63 ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) และเครื่องช่วยหายใจ ” ให้กับโรงพยาบาลอุดรธานี เป็นแห่งที่ 16 จาก 20 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ เอสซีจี ดำเนินการก่อสร้าง มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี , นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุข จ.อุดรธานี , นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี , นายวชิระชัย คูนำวัฒนา ผู้แทน เอสซีจี. พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์ ร่วมพิธี

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ประชาชนชาวอุดรธานี บุคลากรทางการแพทย์ รพ.อุดรธานี รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะนำนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ และเครื่องช่วยหายใจพระราชทาน ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้การดูแลรักษาอย่างดีที่สุดเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือป้องกัน ให้บุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งเป็นกำลังหลักในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีขวัญ กำลังใจ และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวว่า นับเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจ สร้างความปลอดภัยให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ที่ถือเป็นการทำหน้าที่ด่านหน้า ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ได้อย่างเต็มที่ในการดูแลประชาชน ในจังหวัดอุดรธานีและใกล้เคียง เป็นการเตรียมความพร้อม รับกับสถานการณ์การเปิดเมืองในอนาคต

นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กล่าวว่า ห้องตรวจหาเชื้อ และเครื่องช่วยหายใจพระราชทาน จะช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการติดื้อ โควิด-19 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวอุดรธานี และใกล้เคียงอีก 6 จังหวัด คือ สกลนคร นครพนม เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ โดย รพ.ศูนย์อุดรธานี แต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการเฉลี่ย 3,000 คนต่อวัน

“ รพ.ศูนย์อุดรธานี มีคลินิกไข้หวัด (ARI) หรือป่วยระบบทางเดินหายใจ เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ปะปนกับผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกอื่น ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน สร้างโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อแยกผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ไปคัดกรองหาผู้ป่วยกลุ่มเสียง (PUI) แต่ก็ยังประสบปัญหา การนำตัวสารคัดหลั่งมาตรวจในแล็ป ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เมื่อได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ ทำให้การปฏิบัติงานสมบูรณ์เต็มที่ ”

นายวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) พัฒนาจากจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ภายในห้องตรวจจะควบคุมแรงดัน และการหมุนเวียนของอากาศ ให้สะอาดปลอดภัย ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศ เข้า-ออกตัวอาคาร ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง

“ การเก็บตัวอย่าง (Swab) เจาะเป็นช่องให้แพทย์สอดมือผ่านช่อง ที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติก แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเก็บตัวอย่าง ช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้เข้ารับการตรวจ และใช้แสงยูวีเข้มข้นสูง ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังการใช้งานทุกครั้ง โดยในการก่อสร้างในครั้งนี้ ด้วยความเข้าใจของคณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ กับความชำนาญของช่าง สามารถสร้างเสร็จในเวลารวดเร็ว…..