อุตสาหกรรมจังหวัดขอโทษ โรงงานยางมะตอยรับผิด ขอรับการปรับปรุงในทุกเรื่อง เตรียมเชิญดูทดสอบระบบปลายเดือน หน่วยงานรัฐ-อปท.ประสานเสียง ชาวบ้านให้ย้าย สวล.แนะกรมโรงงาน-สาธารณะสุข ตรวจยืนยันก่อนเดินเครื่อง รอง ผวจ.แนะให้เตรียมแผนย้ายห่างชุมชน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร ชั้น 3 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีร้องเรียนโรงงาน “แอสฟัลท์ติก” ของ หจก. อุดร ซี.เอส.พี. ริมถนนมิตรภาพ บ.ปะโค ต.ปะโค อ.กุมภวาปี โดยนางชลัยรัตน์ ทรัพย์ประชา ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา มากกว่า 300 คน จาก 4 หมู่บ้าน ต.ปะโค ออกมาประท้วงให้ย้ายโรงงาน มีศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด , อำเภอ , อุตสาหกรรม , ทต.ปะโค และตำรวจ ลงตรวจสอบพบ โรงงานอยู่ใกล้ชุมชน ห่างจาก รร.ประถม และ วิทยาลัยการอาชีพฯเพียง 100 เมตร , รุกพื้นผิวถนนมิตรภาพ , เกิดฝุ่น และกลิ่นเหม็นรุนแรง เบื้องต้น ทต.ปะโค มีคำสั่งให้หยุดเดินเครื่อง ตาม พรบ.เหตุเดือดร้อนรำคาญ จนกว่าจะแก้ไข

ขณะอีกหลายหน่วยฯ รวมทั้ง ทต.ปะโค ระบุว่า แรงงานในโรงงาน 10 คน ไม่มีเครื่องป้องกัน ไม่มีระบบจัดการชีวะอนามัย และมีถังดับเพลิงเพียง 1 ถัง , รพ.สต.ปะโค ต้องปิดหน้าต่างด้านทิศเหนือ เพราะได้รับกลิ่นรุนแรง แม้จะไม่มีการเดินเครื่อง และยังมีผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยอื่น อยู่ใกล้โรงงานมีผลกระทบมาก ประชาชนไม่เชื่อมั่นในโรงงาน และหน่วยงานที่กำกับดูแล สถานการณ์ก็สุกงอมแล้ว ชาวบ้านไม่ต้องการให้ปรับปรุง แต่ต้องการให้ย้ายออกเท่านั้น

นางสุคนธ์ทิพย์ สินวิวัฒนกุล หน.กลุ่มโรงงาน สนง.อุตสาหกรรมอุดรธานี กล่าวว่า โรงงานได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 59 ผ่านการรับฟังความคิดเห็น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำประชาพิจารณ์ ขอโทษที่กำกับดูแลแก้ไขบกพร่อง โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ มีคำสั่งให้โรงงานปรับปรุง ก่อนที่จะร้องเรียนผ่านโซเชียล ซึ่งขณะนี้สั่งแก้ไข 2 ครั้ง สั่งหยุดครั้งแรกถึง 31 ต.ค.63 และโรงงานขอขยายอีก 1 เดือน

“ รง.ยอมรับความผิดพลาด จากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามามาก หลังสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นและกลิ่น ส่งผลกระทบประชาชน ทางโรงงานพร้อมปรับปรุง ด้วยการติดตั้งระบบกรองฝุ่น-กรองกลิ่น , ปรับเปลี่ยนใช้น้ำมันเตาเกรด บี. เป็น เกรด เอ. , สร้างผิวถนน-ลานล้างล้อ-ลานจอรถ ไม่ให้จอดรถนอกโรงงาน , ลดการผลิตลง , ห้ามเพิ่มกำลังผลิต และเสนอแนะให้ปรับย้ายโรงงาน ให้อยู่ห่างจากเขตชุมชน ”

หน.กลุ่มโรงงาน สนง.อุตสาหกรรมอุดรธานี กล่าวอีกว่า อุดรฯมีโรงงานแอสฟัลท์ติก 20 โรง มีโรงเดียวที่ถูกร้องเรียน และโรงงานตั้งนานกว่า 4 ปี เพิ่งเกิดปัญหาจากเร่งกำลังผลิต น่าจะให้โอกาสปรับปรุงโรงงาน ซึ่งคาดว่าการปรับปรุงจะเสร็จก่อน 25 พ.ย.นี้ และก่อนการเปิดเดินเครื่อง จะมีการตรวจสอบของกรมโรงงาน และนัดหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนชุมชนเข้าตรวจสอบ

นายสายัณห์ หมีแก้ว ผอ.ส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 กล่าวว่า ระบบของโรงงานจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อละลายยางมะตอย เพื่อผสมกับหินและ “สารเคมี” จะเกิดแก๊สจากการเผา และก๊าซจากการผสมแอสฟัลส์ติก ปกติเครื่องจักรไม่มีระบบกรอง น่าจะต้องติดตั้งระบบกรอง และหากติดแล้วต้องมีระบบตรวจ โดยกรมควบคุมมลพิษ ยังไม่มีมาตรฐานกลิ่นโรงงานยางมะตอย เสนอให้กรมโรงงานฯ ตรวจก๊าซที่ออกมา และสาธารณสุขตรวจสอบด้วย “นอร์ซอร์เลเซอร์”

นายปราโมทย์ ธัญญพืช รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ฟังแล้วเหมือนเป็น “โรงงานลูกทุ่ง” เปิดมาหลายปีแต่เหมือนเปิดใหม่ การพิจารณาให้ยึดที่ชาวบ้าน จะต้องไม่ได้ผลกระทบอีก หากจะทดสอบเพื่อเปิดการผลิต จะต้องได้รับการตรวจจากหน่วยงานรัฐ และตัวแทนชาวบ้าน รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่ตรวจพบปัญหา ต้องแนะนำทำการแก้ไข ส่วนตัวแนะนำให้โรงงานนี้ฯ น่าจะทำแผนย้ายออกจากชุมชน รวมไปถึงโรงงานแอสฟัลท์ติกทั้งหมด 20 โรง อุตสาหกรรมฯต้องทำหนังสือเวียน แจ้งบทเรียนให้ทุกแห่งแก้ไขด้วย….