ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2562 เกิดเหตุสะเทือนใจพ่อจับลูกแขวนคอ และแขวนคอตัวเอง กับขื่อหน้าบ้านพักตัวเอง ประชดภรรยาที่ไปทำงานต่างประเทศ ที่บ้านใน ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี แต่พี่ชายภรรยามาช่วยไว้ รีบนำตัวพ่อและลูกส่ง รพ.ประจักษ์ศิลปาคม แพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ อาการปลอดภัยทั้งคู่ และยังคงนอนพักรักษาตัวที่ รพ.

เช้าวันนี้ที่บ้านเกิดเหตุ ญาติและชาวบ้านรวมกลุ่ม พูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ผู้ใหญ่บ้าน รับโทรศัพท์จากนางนฤมลฯ อายุ 34 ปี ลูกบ้านซึ่งไปทำงานที่สิงคโปร์ว่า นายวิรุจน์ฯ อายุ 41 ปี สามีจับ ด.ช.กร ลูกชายอายุ 2 ปี 6 เดือน แขวนคอกับขื่อหน้าบ้าน และผูกคอตายตามลูก โดยวีดีโอคอลตรงไปที่ภรรยา โชว์ จึงรีบออกมาที่บ้านเกิดเหตุ พบนายวิษณุฯ อายุ 40 ปี พี่ชายนางนฤมลฯ ช่วยคนทั้งสองลงมาแล้ว และรีบส่งตัวไปโรงพยาบาล

 

นายวิษณุ เล่าว่า วันเกิดเหตุพอดีกลับมาเยี่ยมแม่ รู้ว่าน้องสาวไปทำงานนวดที่สิงคโปร์ หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ก่อนเกิดเหตุกลับจากไปเก็บรังต่อ และกำลังจะเข้านอน แต่เพราะดึกมากบ้านอยู่ห่างกันเพียง 20 เมตร ได้ยินเสียงน้องสาวร้องไห้และด่าสามีทางโทรศัพท์ว่า “มึงคือชั่วแท้” จึงโทรศัพท์ไปหาน้องสาว ซึ่งน้องบอกตนว่า นายวิรุจน์จับน้องกรแขนคอกับขื่อหน้าบ้าน และผูกคอตายตาม โดยถ่ายวีดีโอคอลให้ดู

“ จึงรีบวิ่งออกมาก็พบหลานชาย และน้องเขย แขนคอหน้าเขียวหมดสติ จึงตะโกนเรียกญาติและชาวบ้านมาช่วย ก่อนใช้มีดตัดเชือกอุ้มร่างน้องกรลงมา ปั๊มหัวใจ ผายปอด จนชีพจรน้องกรกลับมา จากนั้นก็ใช้มีดตัดเชือกที่แขนคอน้องเขย ตกลงมาศีรษะกระแทกถังแก๊สแตก เพราะว่าตัวใหญ่และหนัก ตนอุ้มไม่ไหว จากนั้นก็ปั๊มหัวใจ รีบนำทั้งสองส่งโรงพยาบาลประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งอาการปลอดภัยทั้งคู่

นางจำรัสฯ ผญบ. เปิดเผยว่า นางนฤมลฯแต่งงานอยู่กินกับนายวิรุจน์ มากเกือบ 20 ปี มีบุตรชาย 3 คน คนโตอายุ 16 ปี คนกลางอายุ 12 ปี และน้องกร อายุ 2 ปี 6 เดือน นายวิรุจน์ฯมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ระยะหลังป่วยโรคเก๊าท์ไม่ได้ทำงาน นางนฤมลฯจึงเป็นเสาหลักของบ้าน มีอาชีพหมอนวดแผนโบราณเลี้ยงครอบครัว เคยไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย 1 เดือน สามีก็พยายามผูกคอตาย ลูกชายทั้ง 3 คน ได้มาห้าม ล่าสุดนางนฤมลไปทำงานนวดแผนโบราณ ที่ประเทศสิงคโปร์กับญาติทางสามี เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ 1 สัปดาห์ นายวิรุจน์ฯไปกล่าวหาญาติ ว่าพาเมียไปทำงานขายตัว จนเกิดเหตุในครั้งนี้

 

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ รพ.ประจักษ์ศิลปาคม นายสถิต คำลาเลี้ยง นายอำเภอประจักษ์ศิลปาคม และนางวัฒนา สกุลทองเสรี ปลัดอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ได้เดินทางมาเยี่ยมน้องกรซึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีนางบัวไข อายุ 60 ปี ยาย คอยเฝ้าหลานไม่ยอมห่าง ซึ่งน้องกรมีอาการตื่นตกใจ และร้องไห้โยเย จากนั้นได้ไปเยี่ยมนายวิรุจน์ ซึ่งนายอำเภอ และปลัดอำเภอได้ถามถึงสาเหตุ นายวิรุจน์ เล่าทั้งน้ำตาว่า เกิดเพราะความยากจน ภรรยาต้องไปทำงานไกล และภรรยาเปลี่ยนไป ทำให้เกิดอารมณ์หึงหวง จึงได้ทำประชดเมียเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

นางบัวไข เปิดเผยว่า หลังนำร่างลงมา หลานไม่หายใจ ใบหน้าเขียว นึกว่าตายแล้ว แต่พอปั๊มหัวใจและผายปอด หลานก็มีชีพจรกลับมา และรีบนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งตนไหว้เจ้าปู่ตาประจำหมู่บ้านมาตลอดเส้นทาง ให้ช่วยคุ้มครองหลาน และวันนี้น้องกรอาการดีขึ้นแล้ว จำยายได้ และขอดื่มนมได้แล้ว “ส่วนลูกเขยตนไม่ขอไปเยี่ยมและไม่ให้อภัยเด็ดขาด เพราะรู้สึกแค้นมาก จะเลี้ยงหลานเอง และจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหา “พยายามฆ่า” …