เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผบช ภ.4 นายปราโมทย์ ธัญพืช รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ปปส. นายอดุล ประยูรสิทธิ์ ผอ.ปปส.ภาค 4, นายบัญชา โทสมัย ผอ.สปป. และพล.ต.สวราชย์ แสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม

นายกิตติทัต อุดพ้วย อายุ 39 ปี เลขที่ 253 หมู่ 1 ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ และนายชัยณรงค์ ทองไทย อายุ 42 ปี เลขที่ 186/2 หมู่ 15 ต.ปากช่อง .หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลางยาไอซ์ 22 กระสอบน้ำ หนัก 860 กิโลกรัม มูลค่า 600 ล้านบาท รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 2 ฒฉ 4934 กทม.ด้านหลังต่อเติมตู้ใส่สินค้า ซึ่งเป็นรถใช้ลำเลียงยาไอซ์ และรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีเทา ทะเบียน ผน 4642 อุดรธานี ซึ่งเป็นรถนำทาง โดยตำรวจ ปปส.สามารถจับกุมได้บริเวณสี่แยกบ้านจั่น ถนนมิตรภาพ (อุดรธานี -ขอนแก่น ) ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี

เมื่อเวลา 01.30 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายประกอบด้วย บช.ปส., ภ.4, สำนักงาน ป.ป.ส., กกล.สุรศักดิ์มนตรี และตร. สืบทราบว่ามีเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากจังหวัดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูช สีบรอนเงิน ทะเบียน 2 ฒฉ 4934 กทม. ลำเลียงยาไอซ์มาจาก จ.บึงกาฬ เข้ามาทาง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ผ่าน อ.บ้านดุง และ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งมีรถนำทางแจ้งว่าว่าตรงไหนมีด่าน โดยหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดไฮเทคมากจะติด จีพีเอสรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด เพื่อจะรู้ว่าถึงไหนแล้ว หรือจอดอยู่ที่ใด

จึงสนธิกำลังดักซุ่มบริเวณสี่แยกหนองเม็ก ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พบรถตรงตามที่ได้รับรายงาน จึงเข้าติดตามจับกุมรถขนยาไอซ์ และไล่จับรถดูลาดเล่าที่สี่แยกบ้านจั่น ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ ว่าได้รับจ้างขนยาไอซ์จาก จ.บึงกาฬ ไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยค่าจ้างขับรถลำเลียงยาไอซ์คนละ 100,000 บาท และพึ่งทำเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะขยายผลไปถึงหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ต่อไป

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า กลุ่มลำเลียงยาพวกนี้หากมีช่องทางในการลำเลียงยาเสพติดกลุ่มนี้ก็จะพยายามใช้ช่องว่างในการลำเลียง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันตก สังเกตได้ว่าช่วงโควิด-19 ระบาด มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีมาตรการคุมเข้ม กลุ่มผู้ค้าเหล่านี้ไม่มีการขนยาเสพติด แต่เมื่อยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีมาตรการคุมเข้ม

“ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดพวกนี้จึงฉวยโอกาส และใช้โอกาสนี้ในการลำเลียงยาเสพติดเข้ามา เพื่อเป็นการระบายของให้ทัน ในส่วนของยาไอซ์หากมีจำนวนปริมาณเยอะขนาดนี้แน่นอนว่าจะมีการลำเลียงส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 อย่างแน่นอน ครั้งนี้เป็นการจับกุมที่มากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่าที่ได้ดำเนินการมา และจากการสืบสวนพบอีกว่า เป็นกรณีที่ใกล้เคียงกับที่จังหวัดตาก และอำเภอสุไหงโกลก ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ”…