ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย , นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายศราวุธ เพชรพนมพร และคณะ ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 8 คน เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ฝนทิ้งช่วงพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง โดยเดินทางไปที่ทุ่งหนองนามน ประตูระบายน้ำห้วยหลวง บ.หัวขัว อ.กุดจับ เพื่อพบปะกับประชาชนในพื้นที่ โดยสภาพทุ่งหนองนามนลดลง จนเห็นสันดอนใกล้สถานีสูบน้ำดิบ เพื่อไปผลิตน้ำประปา

โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเสนอความเห็น อาทิ ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่เป็นไร ยังสามารถทำงานในฐานะ ส.ส. ขอให้ดูแลชาวบ้านที่เลือกทุกคนมา , ชาวบ้านประสบปัญหาเรื่องราคายางพาราตกต่ำ ขอให้ผลักดันให้ได้ กก.ละ 60 บาทตามที่หาเสียงไว้ และเมื่อครั้งเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ได้อนุมัติให้ขุดลอกทุ่งหนองนามน แต่การขุดยังไม่เต็มพื้นที่โครงการ ขอให้เร่งขัดทำการขุดลอกให้ครบ เพื่อเป็นน้ำไว้ผลิตน้ำประปา และพัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้กล่าวทักทายชาวบ้านว่า คิดฮอดหลายเด้อ …ตั้งใจเดินทางมาอุดรธานี เพื่อมาเยี่ยมและขอบคุณ ที่เลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย จนเป็น ส.ส.แบบยกจังหวัด แต่จากการนับคะแนนแปลกที่สุดในโลก ต่างประเทศเข้าก็งงกับวิธีการ ยังมีเหตุการณ์บัตรเขย่ง บัตรออกลูก โกงได้โกงไป เที่ยวหน้าชนะให้ขาดไปเลย เราไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ก็จะทำหน้าที่เป็นปากเสียง หลังจาก 4-5 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านไม่ได้รับการเหลียวแล โดยเฉพาะราคาพืชผลการเกษตร

“ มาปราศรัยหาเสียงจำได้ทั้งหมด เราบอกว่าราคายางพารา กก.ละ 60 บาท ทำได้ภายใน 3 เดือน ถ้าเราเป็นรัฐบาลตอนนี้น่าจะ กก.ละ 50 บาทแล้ว วันนี้เราได้ผลักดันให้ตั้งกรรมาธิการราคาสินค้าเกษตร ตอนนี้มีการตั้งขึ้นมาแล้ว ก็จะเข้าไปทำหน้าที่ในส่วนนี้ รวมไปถึงการเดินทางไปทางภาคเหนือ และมาที่อุดรธานี สภาพที่ฝนแล้งมาหลายเดือน พืชผลการเกษตรเสียหาย อุดรธานีอาจจะไม่รุนแรงเหมือนที่อื่น และไม่กี่วันฝนก็ตกลงมา บางพื้นที่เกิดภาวะน้ำท่วม ”

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดแผนจัดการน้ำ รวมทั้งของพื้นที่อุดรธานี เพื่อเตรียมเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ จะไปพูดกับคนที่ชอบพูดอยู่คนเดียว ไม่ฟังคนอื่นเขาพูด ก็จะไปตะโกนให้มาฟังให้ได้ สำหรับการขุดลอกทุ่งหนองนามน จะฝากให้ ส.ส.อุดรธานี เสนอขอรับการสนับสนุนในงบเหลือจ่าย หรืองบปี 63 ตามช่องทางที่มีอยู่ ตอนนี้เรามีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

จากนั้นเดินทางมาที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง โดยมีนายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการฯ บรรยายสรุปความเป็นมาจนถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า มีความจุ 135 ล้าน ลบม. น้ำส่วนใหญ่ใช้เป็นน้ำดิบผลิตประปาให้เมืองอุดรธานี นับตั้งแต่ปี 2555 มีปัญหาน้ำไหลเข้าอ่างฯน้อย น้ำไม่เคยเก็บเต็มอ่าง ยกเว้นปี 2560 สำหรับปี 62 จนถึงขณะนี้มีน้ำอยู่ 28.29 ล้าน ลบม.หรือ 21 เปอร์เซ็นต์ของระดับเก็บกัก แต่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ 21.69 ล้าน ลบม.ยังไม่ได้ส่งน้ำให้เกษตรกร คาดว่าจะมีสถานการณ์เหมือนปี 58 ที่ปีนั้นเก็บน้ำได้เพียง 40 ล้าน ลบม. ได้เสนอให้ศึกษาห้วยหลวงตอนกลาง และตอนบน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วง 4 – 5 เดือนที่ผ่านมา อุดรธานีเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสานและภาคเหนือ คือ แล้งจัด จนข้าวในนาหรือพืชไร่อื่นๆ ยืนต้นตาย พึ่งจะมีฝนในสัปดาห์ที่ผ่านมา พอฝนมาบางที่ก็เกิดน้ำท่วม เกิดภัยแล้งยังโดนน้ำท่วมอีก เป็นความยากลำบากของพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรอย่างยิ่ง อย่างพื้นที่เขื่อนในอุดรธานีตอนนี้มีน้ำในเขื่อนเพียง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทางชลประทานเองก็บอกว่ายังคาดเดาอนาคตไม่ได้ ถ้าฝนตกและเก็บน้ำได้จึงจะสามารถปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรได้ ถ้าตกแล้วไม่เข้าเขื่อนก็ต้องเก็บน้ำสำรองไว้เพื่อการอุปโภคบริโภค

ดังนั้นข้อเรียกร้องของเราวันนี้ถ้าหากรัฐบาลเชื่อตั้งแต่ 2 – 3 เดือนแรกที่เราเรียกร้อง ก็คือการพูดความจริงกับประชาชน พื้นที่ไหนไม่มีน้ำทำการเกษตรให้ก็ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จ่ายค่าชดเชยไปก่อนเลยไม่ต้องให้เกษตรกรมาเสียแรง เสียเวลา เสียเงินลงทุนในการปลูกข้าวหรือปลูกพืชพันธุ์อย่างอื่น และเก็บผลผลิตไม่ได้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทำตาม จนมาถึงตรงนี้ก็เห็นผลแล้วว่าน้ำเพื่อการเกษตรในภาคอีสานแทบจะไม่มีเลย ได้รับผลกระทบกันเป็นส่วนใหญ่ เราขอเรียกร้องให้เร่งจ่ายเงินชดเชยเรื่องภัยแล้งให้เร็วที่สุด ภายในเดือนสิงหาคมนี้ขอให้จ่ายให้จบ เพราะว่าถ้าเงินมีฝนตกในช่วงปลายปีก็สามารถเอาเงินจำนวนนี้ไปลงทุนผลิตอย่างอื่นได้บ้าง

คุณหญิงสุดารัตน์ฯ เปิดเผยอีกว่า อันที่สองคือ ตามมติ ครม.ที่ออกมา เราเห็นว่าเงินชดเชยน้อยมาก อย่างข้าวได้เพียง 1,113 บาท พืชไร่ก็เพียง 1พันต้นๆ เหมือนกัน พืชสวนประมาณ 1,600 บาท แล้วกำหนดที่ 30 ไร่ ตรง 30 ไร่เราไม่ว่าอะไร แต่เราอยากให้รัฐบาลรู้ความจริงว่า เกษตรกรไม่มีที่ดินเยอะอย่างนั้นแล้ว มีเพียง 5 – 10 ไร่ ก็เยอะแล้ว เราอยากเสนอให้เป็นรูปธรรม จ่ายให้เสร็จภายในสิงหาคมนี้ ขยับเพดานการชดเชย อาจจะเป็นขั้นบันได เช่น 5 – 10 ไร่แรก ขอจำนวนเยอะเลย ข้าวต้อง 2 พันขึ้นไปเลย เพราะต้นทุนก็เกือบ 3 พันแล้ว นี่ยังไม่ได้รวมค่าปุ๋ยค่ายาเลย

หากเลย 10 ไร่ขึ้นไป อาจจะลดลงเหลือพันกว่าได้ มิเช่นนั้นเกษตรกรที่มีที่ดินน้อยก็จะได้น้อย เช่น 5 ไร่ ได้เพียง 5,000 บาท แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าให้เค้าสัก 2,500 บาท ยังจะได้ประมาณหมื่นกว่าบาท ยังเอาไปทำอะไรได้บ้าง ถ้ามี 10 ไร่ ยังได้ 2 หมื่นกว่า ยังได้เป็นทุนไปต่อชีวิต ขอเรียกร้องในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขอให้รัฐบาลตอบ เราจะให้ สส.เราไปถามด้วยว่า จะชดเชยเมื่อไหร่เพราะช้ากว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เกษตรกรก็เอาไปลงทุนไม่ทันในการลงทุนใหม่ถ้าฝนมาจริง ขอให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาภัยแล้ง

ใช่อยู่ว่าฝนตกแล้วแต่ความเสียหายมันเสียหายไปแล้ว จะอ้างว่าฝนตกแล้วไม่ได้ คุณสำรวจไปแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงินเค้า ฝนตกแล้วแต่ข้าวที่ตายไปแล้วมันฟื้นคืนใหม่ไม่ได้ เราจะให้ สส.ไปเร่งรัดในสภาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 7 ครั้งที่ 8 แล้วที่เราพรรคเพื่อไทยเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลรับฟังด้วย วันนี้ชาวบ้านพูดเรื่องปัญหา คือ ภัยเเล้ง ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำมาก อย่างเช่นยางพารา ยิ่งกรีดยิ่งขาดทุนแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร และพี่น้องบอกอีกว่าแม้ราคาข้าวจะดีขึ้นในอนาคต แต่วันนี้เราไม่มีข้าวขาย มันเป็นความจริงที่ต้องสะท้อนกัน ต้องแก้ให้ถูกจุด ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเดือดร้อน