เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2565 ขณะที่ พ.ต.ท.บุญจันทร์ ไชยชาติ สว.สอบสวน สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มีนางผัด สีน้อย อายุ 66 ปี และนายแก่งคอย สีน้อย อายุ 60 ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.6 บ.สินเจริญ ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไป จำนวน 36,000 บาท และสร้อยทองรูปพรรณ หนัก 1 บาท 1 เส้น หนัก 25 สตางค์ 1 เส้น รวมเป็นเงิน 74,000 บาท เพื่อแรกกับการให้เลขเด็ด และนำเงินและทองรูปพรรณนำไปซื้อหวยงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 นี้

นางผัดฯได้นำหลักฐานที่แก๊งมิจฉาชีพชายหญิงเขียนเลขเด็ดในกระดาษบิลหวยให้ จำนวน 2 ใบ และกรวยใบตอง 2 อันที่แก๊งมิจฉาชีพหลอกว่าได้ทำพิธีขอเลขเด็ดมาให้ นางผัด สีน้อย ในบิลหวยเขียนเลข 93 ให้นางผัดฯ จำนวน 4,000 ตัว เป็นเงิน 48,000 บาท โดยระบุชื่อยายสาว ซึ่งเป็นชื่อเล่นของนางผัดฯไว้ข้างล่างบิล หากถูกหวยจะได้รับเงิน 4 ล้านบาท ส่วนอีกบิลเขียนเลข 93 เช่นกัน จำนวน 2,000 ตัว ให้นางนาที่เป็นแก๊งมิจฉาชีพ จำนวน 24,000 บาท หากถูกหวยจะได้รับเงิน 2 ล้านบาท เพื่อให้นางผัดฯที่ตกเป็นเหยื่อให้ตายใจหลงเชื่อ และได้มอบบิลหวยทั้ง 2 ใบไว้ให้นางผัดฯเก็บรักษาไว้ จนถึงวันหวยออก

 

โดยแก๊งมิจฉาชีพอาสานำทรัพย์สินของนางผัดฯทั้งหมดไปซื้อหวยให้ หากถูกจะนำเงินกลับมาให้ทั้งหมดรวมทั้งทรัพย์สินของนางผัดฯด้วย เหตุเกิดอยู่ภายในรถปิคอัพที่คนร้ายจอดอยู่ริมถนนท้ายหมู่บ้านสินเจริญ ใกล้กับจอมปลวก เวลาประมาณ 14.30 น. วันนี้ (3 พ.ค.65) คนร้ายเป็นชายและหญิง จำนวน 2 คน ผู้ชายอายุประมาณ 65 ปี รูปร่างสันทัด ชื่อเล่นว่านายเด้ ส่วนผู้หญิงชื่อนา อายุประมาณ 35 ปี รูปร่างท้วม ขับขี่รถปิคอัพสีขาว ไม่ทราบยี่ห้อ และหมวดอักษรและจังหวัด จำได้เพียงหมายเลขทะเบียน 2948

นางผัดฯเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ไปหยิบยืมเงินของญาติพี่น้องที่ค้าขายภายในตลาดปลาสินเจริญ จำนวน 36,000 บาท เพื่อนำไปใช้หนี้ และเตรียมตัวเดินทางไปส่งหลานสาวไปฝึกงานที่ จ.บุรีรัมย์ และส่งค่าเดินทางให้ลูกชายเดินทางไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ ในวันพรุ่งนี้ ขณะกำลังเดินท้าวนำทองรูปพรรณของตนที่เก็บสะสมซื้อมา 30 กว่าปี จำนวน 1.25 บาท ขณะเดินกลับบ้านบริเวณ 4 แยกกลางหมู่บ้าน มีคนร้ายชายหญิงขับรถปิคอัพมาประกบ ผู้หญิงลดกระจกลงแล้วร้องถามว่าอยากได้เลขเด็ดไปซื้อหวยงวดที่จะถึงนี้หรือไม่ พร้อมกับเปิดประตูให้ตนเข้าไปในรถ พอเข้าไปในรถคนร้ายรู้สึกงงงวย และสะลึมสะลือแทบไม่มีสติ เหมือนกับถูกวางยา เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำตาม อยากได้อะไรก็ให้หมด ก่อนคนร้ายขับรถมาส่งตนไว้ใกล้กับบ้านของตนเอง หลังได้ทรัพย์สินของตนไป

”ตนเองหลงเชื่อได้นำเงินออกมาจากกระเป๋าถุงปุ๋ย 12,000 บาท ครั้งที่สองได้ให้เงินคนร้ายไปอีก 24,000 บาท ก่อนผู้หญิงชื่อนาจะนำเงินสดออกมาสมทบอีก 12,000 บาท รวมเป็น 48,000 บาท และนำเงินไปเก็บไว้กับคนร้ายที่เป็นผู้ชาย ขณะเดียวกันคนร้ายที่เป็นผู้หญิงได้ล้วงบิลหวยออกมาให้ดู หลังจากไปซื้อหวยเลข 93 ไว้แล้ว จำนวน 24,000 บาท นำมาให้ตนเก็บรักษาไว้เพื่อให้ตนหลงเชื่อ แต่ต้องนำทองรูปพรรณของตนเองไปเก็บรักษาไว้กับคนร้ายที่เป็นผู้ชาย หากถูกรางวัลจะนำเงินและทองกลับมาคืนให้ทั้งหมด ก่อนตนเดินเข้าบ้านพร้อมกับถือกรวยและบิลหวยที่คนร้ายมอบให้เก็บรักษาไว้ สักพักตนเองถึงคิดขึ้นมาได้ว่าโดนหลอก รู้สึกเสียใจมากที่ไปหลงเชื่อ และอยากฝากถึงคนร้ายให้นำเงินทองมาคืนจะไม่เอาความ เพราะหากหวยออก 93 จริงๆ ตนจะนำบิลหวยไปขึ้นเงินกับใครช่วยบอกที และหากตำรวจจับคนร้ายได้ ตนเองก็จะมอบรางวัลนำจับ 1 หมื่นบาท หากไม่มีเงินก็จะไปหยิบยืมมามอบให้”

นายแก่งคอยฯ สามีนางผัดฯเปิดเผยว่า ครอบครัวตนมีอาชีพค้าขายผักสวนครัวที่ตลาดปลาสินเจริญ เงินที่คนร้ายหลอกเอาไปจากภรรยาของตน เป็นเงินที่ภรรยาได้ไปหยิบยืมจากญาติพี่น้อง เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายที่หลานสาวจะเดินทางไปฝึกงานที่ จ.บุรีรัมย์ และบางส่วนจะนำไปใช้หนี้ และเป็นค่าเดินทางให้ลูกชายไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ อยากฝากถึงคนร้ายให้หากินอย่างสุจริต ไม่ใช่มาหลอกลวงต้มตุ๋นคนอื่นแบบนี้ เพราะยุคนี้หากินลำบากเหลือเกิน และที่สำคัญมันเป็นบาปกรรมกับตนเอง อยากฝากเตือนคนอื่นอย่าหลงเชื่อคนอื่น หรือคนแปลกหน้า แม้คนใกล้ตัวที่รู้จักกันก็ยังหลอกกันได้

บทความก่อนหน้านี้จับหนุ่มอ้างเคลียร์คดียาบ้าหลอกแม่ผู้ต้องหาจ่าย 2.5 หมื่น
บทความถัดไปผู้ว่าอุดรฯ นำทีมแถลงจับขบวนการค้ายาบ้า 1.8 ล้านเม็ด กัญชา 119 กก.มูลค่า 60 ล้าน