เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางอุบล หาระคุณ อายุ 54 ปี ชาวบ้าน บ้านโนนคำ ม.17 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เจ้าของสวนยางพาราที่เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงกัน ล้อมรั้วไม้ไผ่ปิดทางเข้าออกที่สวนที่นาของชาวบ้าน หลังจากเคยมีข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดินและทางสาธารณะ ถึงขนาดมีการขุดสระน้ำขวางทาง แม้จะมีการฟ้องร้อง ไกล่เกลี่ย และพิสูจน์แนวเขตที่ดิน มาแล้ว พอเรื่องเงียบไป เจ้าของที่ดินสวนยาพาราก็กลับมาล้อมเขตที่ดิน ไม่ให้ชาวบ้านผ่านอีก จนสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักอีกครั้ง

นางอุบล ฯ เปิดเผยว่า ต่อสู้เรื่องนี้มาเกือบ 10 ปี มีกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนมากกว่า 20 ครัวเรือน ที่มีสวนไร่นาอยู่ข้างใน บางส่วนก็ซื้อที่ดินต่อจากคู่กรณีรายนี้ โดยเป็นลูกหลานของนางสายสวาท กาทอง อายุ 75 ปี เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ครอบครัวนี้ได้ขุดทางสาธารณะเป็นสระน้ำเพื่อปิดถนนเส้นนี้ อ้างว่าเป็นแนวเขตที่ดินของตนเอง มีการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล จนกระทั่งศาลจังหวัดอุดรธานีมีคำพิพากษาให้เปิดเป็นทางสาธารณะ เปิดทางภาระจำยอม เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ตอนแรกก็ยอมทำตามเปิดทางให้ชาวบ้าน แต่ไม่นานคู่กรณีไม่ยอมทำตามคำสั่งศาล ออกมาฟ้องร้องชาวบ้านและเทศบาลตำบลบ้านธาตุคืน ซึ่งศาลก็เมตตาชาวบ้านยกฟ้องในกรณีดังกล่าว

“ เมื่อเดือนที่ผ่าน นางสายสวาท ฯ ก็ได้สั่งให้มีการล้อมรั้วไม้ไผ่อีกครั้ง ยังอ้างเหตุผลเดิมว่าเป็นแนวเขตที่ดินของตนเอง แม้จะมีการวางแนวเสาไฟฟ้าเข้าไปในที่นาของชาวบ้านแล้ว จุดที่มีการล้อมรั้วเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดที่ชาวบ้านใช้สัญจรเข้าออก มีอีกเส้นทางที่เข้าไปได้ แต่ต้องอ้อมไปไกลเป็นระยะทางเท่าตัว พวกเราสู้มาตลอด แม้จะเสียเปรียบก็ยอมให้ จากถนนสาธารณะที่มีแนวความกว้าง 6 เมตร เราก็ยอมลดลงให้ตามที่เขาต้องการ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คิดอะไรอยู่ถึงต้องกลับมาล้อมรั้วปิดทางชาวบ้านอีก พอพวกเราเข้ามาดูพื้นที่ นางสายสวาท ฯ จะถือท่อนไม้มาข่มขู่ ไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปรื้อถอน ใช้ถ้อยคำหยาบคายข่มเหงชาวบ้านอยู่ตลอด เราเดือดร้อน เราช้ำใจมาก ”

นางอุบล ฯ เปิดเผยว่า ลูกชายคนหนึ่งของนางสายสวาท ฯ ก็มีตำแหน่งเป็นถึงสมาชิกสภาเทศบาล เขาก็เข้าข้างแม่ของเขา อาจจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็เป็นได้ แม้แต่ที่สาธารณะที่อยู่ใกล้กัน ครอบครัวเขาก็มาสร้างกระท่อมนายึดครองพื้นที่ไว้ ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์อะไรได้เลย หลังจากที่สัญจรไม่ได้อีกครั้ง เราก็ไปร้องเรียนที่เทศบาลตำบลบ้านธาตุ ไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.เพ็ญ ไปแจ้งความที่ สภ.เพ็ญ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ซ้ำยังบอกให้กลับไปลงรายชื่อร้องเรียนใหม่อีกครั้ง จะต้องมาพิสูจน์อะไรกันอีก ในเมื่อศาลก็ตัดสินไปแล้ว หรือเพราะเขามีอำนาจบารมีจึงมาข่มเหงชาวบ้านแบบนี้ เราขอแค่ถนนเข้าไปทำไร่ทำนาของเราเท่านั้นเอง

บทความก่อนหน้านี้มรภ.อุดรฯโชว์ CIRCULAR DESIGN 42 ชุด
บทความถัดไปโจรแสบงัดบ้านอดีต อปพร.กวาดทรัพย์สินจนเกลี้ยง