เวลา 10.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2561 ที่โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายณรงค์ จีนอ่ำ ปลัดจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงการขอรับเงินอุดหนุนจากเกษตรจังหวัดอุดรธานี ไปยังกลุ่มเกษตร 20 อำเภอ 195 ชุมชนๆละ 300,000 บาท รวม 58 ล้านบาท ตามโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย มีหน่วยงานราชการ และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรจาก 195 ชุมชน ร่วมลงนามและรับฟังคำชี้แจง

นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ เกษตรจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า โครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร มีหลักการและวิธีการที่ดี สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก ที่เกษตรกรยังไม่มีรายได้ ด้วยการเติมเต็มความรู้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ในการติดอาวุธทางปัญญา สร้างภูมิคุ้มกัน สามารถพึ่งพาตนเอง ได้ในสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

“ เกษตรกรจะได้รับความรู้จากการอบรม การรวมกลุ่ม การวิเคราะห์ นำเสนอ และการดำเนินโครงการของชุมชน ที่เน้นการพัฒนาเกษตรกรและชุมชน ครอบคลุมมิติด้านการผลิต การจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้โดยโครงการต้องมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน และควรมีแผนการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มย่อยในชุมชน เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ สามารถดำเนินการได้ทันที มีประโยชน์กับชุมชน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย และมีความยั่งยืน มีกิจกรรมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้า ”

นายเอกชัย แสนรุ่งเมือง เปิดเผยว่า โรงเรียนมีกิจกรรมนอกห้องเรียนอยู่แล้ว ลูกชายได้เข้าเรียนที่นี่เป็นปีแรก ซึ่งเราก็มีแปลงสาธิตการดำนา มีความลึกของโคลนไม่มาก เด็กจะเรียนรู้ได้ง่าย กว่าแปลงนาปกติที่โคลนลึกมาก เด็กมักจะลงไปเล่นโคลนมากกว่า รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของเด็กด้วย โดยเด็กจะได้ปลูกร่วมกับเพื่อนๆและผู้ปกครอง นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนมะนาว สวนกล้วย ที่นำมาใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาม้าก้านกล้วย ปืนก้านกล้วย พ่อแม่บางคนยังเกิดไม่ทัน ส่วนตนเองเคยเล่นตอนเด็กๆ

นางกุญณิภารัศมิ์ รัตนวารีวงษ์ ผู้บริหารศูนย์ฯ กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปเยอะมาก จึงนำเด็กมาปลูกฝังเรียนรู้แหล่งกำเนิดของธรรมชาติ จนเกิดความรักในธรรมชาติ รู้จักดูแลธรรมชาติ และเป็นคนดีของสังคมต่อไปในอนาคต ทั้งเป็นการฝึกให้เด็กมีสมาธิด้วย โดยก่อนมาทำกิจกรรมร่วมกันครั้งนี้ ทางโรงเรียนได้แจ้งไปยังผู้ปกครอง ให้เตรียมอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมมาให้พร้อม รวมทั้งขั้นตอนของกิจกรรมให้รับทราบก่อนเดินทางมาร่วมทำกิจกรรมในครั้งนี้ โดยผู้ปกครองของเด็กสนับสนุนสถานที่

แม่ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ บอกว่า ถ้ามีโอกาสก็จะพาลูกสาว มาร่วมทำกิจกรรมลักษณะนี้ เพราะความรู้หรือการเรียนรู้ มันไม่ได้อยู่เพียงในห้องเรียนอย่างเดียว เคยไปที่ จ.นครนายก และจังหวัดใกล้ๆ เป็นกิจกรรมวันเดียว เพราะเราจะไม่มีโอกาสมากนัก ครั้งนี้เพื่อนสมัยเรียนชวนมาที่อุดรธานี โดยไม่ได้หวังว่าลูกสาวจะได้สัมผัสธรรมชาติ และสนุกกับการมาทำกิจกรรม

บทความก่อนหน้านี้ททท. ร่วมกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ชวนสายแซ่บมี๊ต แอนด์ กรี๊ต ในงาน Eat Local Food
บทความถัดไปค้านโรงไฟฟ้าหนองหาน ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน