เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ธันวาคม 2564 พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เดินทางมาที่ สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เพื่อสอบปากคำนายอนุชิต หรือเจน อายุ 27 ปี อยู่เลขที่ 285 หมู่14 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ คนร้ายป่วยจิตเพศ ก่อเหตุใช้มีดพร้าฟันศีรษะนายพัฒนวิชญ์ ทองคำ หรือบูม อายุ 28 ปี เจ้าของร้านตัดผมชายร่วมสมัย เลขที่ 282/2 ถ.พลับผือ ม.2 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดย พ.ต.ท.กานต์ ตั้งวิจิตร รักษาการ ผกก.สภ.บ้านผือ นำกำลังล้อมจับที่บ้านพักในช่วงเช้า

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า นายอนุชิตฯรับสารภาพ อ้างว่าผู้ตายมีอาวุธปืนจะมาทำร้าย แต่เคยเข้ารักษาป่วยจิตเพศ จากการใช้ยาเสพติด (ยาบ้า) ต่อเนื่องกว่า 2 ปี วันนี้จะไม่นำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากคนร้ายมีอาการป่วยทางจิต อยู่ในระดับสีแดง เกรงว่าคนร้ายจะได้รับอันตรายถูกรุมประชาทัณฑ์ ตำรวจเคยมาระงับเหตุที่บ้านอนุชิตหลายครั้ง เคยแนะนำญาติให้นำตัวไปรักษา แต่นายอนุชิตขัดขืนไม่ยอมไปบำบัด ชอบหลบหนีเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงบ้าน จนมาก่อเหตุครั้งนี้ ขณะผู้ตายนั่งอยู่กับเพื่อนที่ร้านตัดผม ไม่มีใครคาดคิดว่าเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กจะมาทำร้าย

น.ส.ศุภากร ธัญเดชยศดี หน.แผนกสุขภาพจิตและจิตเวช รพ.บ้านผือ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไข้จิตเวชในพื้นที่มีมาก ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ก้าวร้าว ส่วนหนึ่งยังติดสารเสพติดอยู่ จึงยากมากที่จะเข้าถึง อาการของรายนี้ถือว่ารุนแรง ติดตามดูอาการอยู่ตลอด ก่อนหน้าคนไข้มีอาการสงบ ช่วงก่อเหตุน่าจะมีอาการอีกครั้ง ประกอบกับดื่มเหล้า ในฐานะตัวแทนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คนไข้จิตเวชไม่ว่าจะชนิดไหนก็ตาม อยากจะให้ทานยารักษาต่อเนื่อง ให้ตรวจอาการอย่างสม่ำเสมอ ในครอบครัวถ้าหากมีผู้ป่วยจิตเวชแล้วมีอาการที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม อยากให้รีบเข้ามารับการรักษา เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายอย่างนี้อีก

นายวิลัย ปราบพาล อายุ 54 ปี พ่อผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายมีอาการทางประสาทมานานแล้ว บอกลูกกินยาแต่ไม่ยอมทำตาม ชอบออกไปเที่ยวเล่น ตอนกลับมาอยู่บ้านด้วยกันใหม่ๆ ยังไม่เชื่อว่าลูกจะมีอาการหนักแบบนี้ เคยเข้าไปบอกไปเตือน จนทะเลาะกันบ่อยครั้ง หนักสุดลูกชายกระทืบพ่อจนตกบ้าน ไม่คิดเลยว่าลูกชายจะกล้าทำถึงขนาดนั้น อยากบอกครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า กราบขอโทษแทนลูกด้วย ไม่นึกไม่ฝัน ตั้งแต่เด็กเขากับผู้ตายก็เล่นอยู่ด้วยกันมาตลอด กราบขอโทษและอโหสิกรรมให้ลูกผมด้วย

“ สมัยเป็นเด็กสองคนเป็นเพื่อนกัน พอโตมาก็ไม่วุ่นวายกัน เพราะคนก่อเหตุมีพฤติกรรมแบบนี้ เสียใจเพราะเหตุการณ์มันกระทันหันมาก เสียใจจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ รู้สึกโกรธมากกับตัวผู้ก่อเหตุ แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยไปตามกฎหมาย หากสามียังมีชีวิตก็ยังคงจะบอกเหมือนเดิมว่าอย่าดื้อ เพื่อนฝูงทุ่มเทมาก ให้ตั้งใจทำมาหากิน สามีไม่ค่อยกินเหล้า แต่ติดเพื่อนมากกว่า ”

0649362593 น้องหนึ่ง