เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ห้องประชุมสบายดี ชั้น 4 อาคาร 2 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะทำงานอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาทะเลบัวแดงอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมฤดูท่องเที่ยวทะเลบัวแดง ธ.ค.61-ก.พ.62 ซึ่งที่ประชุมมีความห่วงใยในจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง , ความหนาแน่นของบัวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และการเก็บค่าเข้าชมของกรมอุทยานแห่งชาติ

ท่าเรือท่องเที่ยว 6 แห่ง คือ ท่าเรือบ้านเดียม , แชแล , โนนน้ำย้อย , ดอนคง , คอนสาย และเชียงแหว รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวลงเรือ บูมมากในปี 58/59 แต่ 2 ปีที่ผ่านมาลดลง ในปี ที่แล้ว 60/61 มีจำนวน 220,000 คน ชาวต่างประเทศไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นชาวลาว , ญี่ปุ่น , จีน และยุโรป-อเมริกา โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปคำชะโนดช่วงเช้า บ่ายจึงเดินทางมาแต่ไม่ได้ลงเรือ เพราะเป็นช่วงที่บัวไม่บานแล้ว และยังมีปัญหาวัชพืชลอยน้ำปิดท่าเรือเชียงแหว

ในปีนี้ทุกท่าเรือจะทยอย จัดบวงสรวงขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิเช่นทุกปี เริ่มจากท่าเรือบ้านเดียม ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ (27 , 29 พ.ย.) โดยเรือมีให้บริการทุกท่ารวมเรือใหญ่ 269 ลำ เรือเล็ก 46 ลำ คนขับได้รับการอบรม มีเสื้อชูชีพ และอุปกรณ์ตามที่ราชการกำหนด โดยขณะนี้มีบัวบานแปลงขนาด 300 ไร่ มีนักท่องเที่ยวลงเรือแล้ววันธรรมดา 20 เที่ยว วันหยุด 50 เที่ยว โดยมีบางท่าเรือขอรับการสนับสนุนถนน และสิ่งสาธารณูปโภค

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ชี้แจงว่า ในปีก่อนโครงการได้เพิ่มระดับเก็บกักน้ำขึ้น 50 ซม. เพื่อสนับสนุนท่องเที่ยวทะเลบัวแดง ทำให้ดอกบัวบานเป็นแปลงขนาดใหญ่ ในปีนี้โครงการได้บริหารจัดการน้ำตามแผน แต่เนื่องจากฝนตกลงมาน้อยกว่าปกติ 16 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปริมาณน้ำไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนถึงวันนี้ระดับน้ำต่ำกว่าปีที่แล้ว 21 ซม. จึงปรับแผนการสูบน้ำจากภายนอกโครงการฯเข้ามาทดแทน รอว่าโพรงหรือวัชพืชลอยน้ำจะยกตัว

ด้านนายโนรี ตะถา หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี แจ้งว่า กรมอุทยานได้ออกประกาศ ให้จัดเก็บค่าเข้าพื้นที่เขตห้ามล่าฯ ซึ่งก็คือส่วนใหญ่ทะเลบัวแดง ในอัตราค่าเข้าชาวไทย 20 บาท/คน ชาวต่างประเทศ 200 บาท/คน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการจัดเก็บ เขตห้ามล่าฯในฐานะผู้ปฏิบัติ ต้องทำตามประกาศ แต่ก็มีข้อจำกัดของทะเลบัวแดง แตกต่างจากอุทยานอื่นๆ คือมีช่องทางเข้าโดยรอบ ไม่มีกำลังบุคคลากรเพียงพอ หากจะดำเนินการต้องขอความร่วมมือจาก 6 ท่าเรือจัดเก็บให้ แต่หากจังหวัดจะขอชะลอ หรือจะขอยกเลิกประกาศ ให้แจ้งไปยังกรมอุทยาน

นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานเรือข่ายวิสาหกิจชุมชนทะเลบัวแดง กล่าวว่า คุยกันในที่ประชุมก็รับรู้กันมา 3 ปี ชาวบ้านอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคน ข้องใจมานานที่ราชการประกาศเขตห้ามล่าปี 35 ไม่เห็นด้วยกับการเก็บเงิน ยกตัวอย่างชาวลาว 3 คน มาลงเรือเที่ยวค่าเรือ 300 บาท หรือ 500 บาท ถ้าเป็นค่าเข้าพื้นที่ต้องจ่ายอีกคนละ 200 บาท หรือรวมอีก 600 บาท นักท่องเที่ยวที่ไหนจะมา แต่ถ้าเขตห้ามล่าจะยังเก็บเงิน ท่าเรือทั้ง 6 ท่าจะไม่จัดเก็บให้

นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวว่า เห็นใจทั้งสองฝ่ายในเรื่องเก็บเงิน ถ้าจะทำก็ต้องทำได้จริง ต้องบังคับใช้ให้ทั่วถึง ทางเข้าออกจะต้องชัดเจน แต่ทะเลบัวแดงกว้างใหญ่ มีทางเข้าออกมากมาย ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะเก็บ และก็ไม่ใช่หน้าที่ของท่าเรือ จะไปทำหน้าที่เก็บเงิน

ขณะนายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผอ.ททท. สนง.อุดรธานี กล่าวว่า การเก็บเงินค่าเข้าพื้นที่ต้องชัดเจน เพราะขณะนี้บริษัททัวร์ได้ขายโปรแกรมไปแล้ว โดยไม่มีการแจ้งหรือประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า หากอุทยานยังไม่มีความพร้อมในการเก็บ จะมีเสียงที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เมื่อเกิดเป็นประเด็นขึ้นมา จะส่งผลกระทบตามมา

นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวสรุปมติที่ประชุมว่า ประกาศที่ออกมาต้องบัวคับใช้ ไม่เช่นนั้นผู้ปฏิบัติจะมีปัญหา จังหวัดจะได้ทำหนังสือไปยังกรมอุทยาน ขอผ่อนผันการจัดเก็บออกไปอีก 1 ปี อ้างถึงเหตุผลจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ถ้ากรมอุทยานยังยืนยันการจัดเก็บ แจ้งให้กรมอุทยานจัดเก็บเอง พร้อมกันนี้แจ้งด้วยว่าหากกรมอุทยานเห็นสมควร ยกเลิกประกาศการเก็บค่าเข้าชม จังหวัดก็เห็นสมควรเช่นกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน