ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 ถึงความคืบหน้าลำห้วยพังพวน เน่าเสียปลาลอยตายระยะทางกว่า 4 กม. จากบ้านโนนสมบูรณ์ ต.คำบง – บ.สระคุ ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ มาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกิดจากน้ำเสียไหลออกจาก “โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี” ต.คำบง และโรงงานเข้ามาแก้ไขปัญหา ด้วยการสูบน้ำเน่าออกจากลำห้วยพังพวน ไปใส่ในไร่อ้อยชาวบ้าน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ก่อนจะระบายน้ำดีมาใส่แทน เพื่อให้ลำห้วยกลับมาสู่สภาวะปกติ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดแรก ที่ฝายน้ำล้นทิศตะวันตกบ้านสระคุ สภาพน้ำที่เดิมน้ำเป็นสีน้ำตาลขุ่น ลักษณะเป็นน้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็น ก็กลายมาเป็นสีน้ำตาลใส ไม่มีกลิ่นเหม็น สภาพผิวน้ำมีปลาขึ้นหายใจเล็กน้อย , จุดที่สอง ที่ฝายน้ำล้นทิศตะวันออกบ้านสระคุ สภาพน้ำที่เดิมน้ำเป็นสีน้ำตาลขุ่น ลักษณะเป็นน้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็น ก็กลายมาเป็นสีน้ำตาลใส ไม่มีกลิ่นเหม็น ผิวน้ำมีปลาขึ้นหายใจเล็กน้อย และจุดที่สามที่ฝายน้ำล้นก่อนไหลลงอ่างฯบังพวน สภาพน้ำดีขึ้นและมีปลาขึ้นมาหายใจมากขึ้น

ตัวแทนของโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี เปิดเผยว่า มาติดตามคุณภาพและระดับในลำห้วย ที่ฝายน้ำล้นก่อนไหลลงอ่างฯบังพวน หลังจากชาวบ้านได้น้ำเครื่องสูบน้ำ มาช่วยสูบน้ำเสียออกจากลำห้วย จนเหลือน้ำลึกราว 1 เมตร เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โรงงานได้เริ่มสูบน้ำจากอ่างฯบังพวน ด้วยระบบสูบน้ำของโรงงานขนาด 12 นิ้ว แล้วปล่อยลงมาตามลำห้วยตลอด 24 ชม. โดยมีแผนจะให้น้ำล้นฝายตัวสุดท้ายเล็กน้อย ก็จะหยุดสูบเพื่อตรวจคุณภาพน้ำ จนแน่ใจจะนำลูกปลามาปล่อยคืน

นายกำจัด ลอยนอก กำนัน ต.หนองหัวคู เปิดเผยว่า วันที่น้ำเน่าทำให้ปลาลอยตาย ชาวบ้านก็ตกใจกันยกใหญ่ กลัวกันว่าปลาตายแบบนี้ก็จะ “ดับแนว” (สูญพันธุ์) ตอนนี้โรงงานเขาก็ยอมรับ คิดว่าน้ำที่บำบัดแล้ว จะทำให้เกิดปลาตายแบบนี้ ก็เข้ามาทำการแก้ไขให้ ด้วยการว่าจ้างชาวบ้าน มาช่วยสูบน้ำจากห้วยออก แล้วก็สูบน้ำจากอ่างฯบังพวน ย้อนกลับมาเติมลงที่ต้นลำห้วย โดยน้ำในอ่างฯเป็นน้ำดี มีมากพอจะมาช่วยแก้ปัญหา ข่าวที่ออกไปทำให้แก้ไขเร็วขึ้น

“ โรงงานบอกว่าจะสูบน้ำจากอ่างฯ ข้ามาเติมที่ต้นลำห้วยไปเรื่อยๆ เวียนน้ำจากลำห้วยลงอ่างฯ จากอ่างฯเข้ามาลำห้วย จนน้ำจะดีขึ้นจนสามารถปล่อยปลาได้ ก็จะนำเอาลูกปลามาปล่อยทดแทน ซึ่งก็อยากได้พันธุ์ปลาที่ตายไปมาแทน และสามารถขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติ อาทิ ปลานิล ปลาตะเพียน ปลากระสูบ ปลาสร้อย และปลาธรรมชาติ และอยากจะให้ ผญบ. 2 หมู่บ้าน ต.หนองหัวคู ที่ลำห้วยไหลผ่าน มีส่วนร่วมดูแลลำห้วย และสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี เคยถูกแจ้งข้อหาปล่อยให้น้ำเสีย ออกนอกโรงงานมาแล้วเมื่อเดือนก่อน แม้จะไม่กระทบกับลำห้วย ก็มีโทษปรับอัตราสูงสุด 2 แสนบาท ตาม พรบ.โรงงานฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง กระทบไปถึงลำห้วยและปลาตาย นอกจากโทษตาม พรบ.โรงงานฯ อาจจะมีความผิดตาม พรบ.ประมง และ พรบ.สิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลกรวดน้ำในหลายจุด และผลการตรวจปลา