6 สารแปลกปลอม ก่อให้เกิดมะเร็ง-กลายพันธุ์-ระบบสืบพันธุ์ ในโรงและรอบโรงงานทางแท่งยักษ์ กนย.ตอบโต้นักวิชาการ อ้างกระทบสวนยาง-โรงงานยาง ร้อง “ลุงตู่” ส่งกรรมการมาตรวจสอบ ชาวบ้านสวนกลับมีหน้าที่ไม่เคยมาช่วย งงเอาเรื่องอุดรธานีโยงทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 ว่า หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูล การตรวจหาสารอินทรีย์ระเหยง่าย ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามคำร้องขอของ จ.อุดรธานี ในโรงงานผลิตยางแท่ง บ.ศรีตรัง แองโกร อินดัสทรี จก.(มหาชน) และ บ.วงษ์บัณฑิต จก. ถ.นิตโย ต.หนองนาคำ องเมือง จ.อุดรธานี การตรวจพบ และชุมชนโดยรอบโรงงาน เมื่อวันที่ 11-13 มิ.ย.61 พบสาร 6 ชนิด เหมือนเคยตรวจพบเมื่อวันที่ 20-23 ก.พ.60 ซึ่งข้อมูลทางวิชาการระบุว่า เป็นสารก่อให้เกิดมะเร็ง สารก่อให้กลายพันธุ์ และสารพิษต่อระบบสืบพันธุ์ จนเกิดการเคลื่อนไหวในหลายส่วน

เริ่มจากนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ กรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) ได้เผยแพร่หนังสือของตนเอง ถึงพลเอกประยุทธ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กนย. ลงวันที่ 25 กันยายน 2561 ผ่านเฟสบุ๊ค “อุทัย สอนหลักทรัพย์” ระบุข่าวผลการตรวจโรงงานยางแท่งอุดรธานี นักวิชาการพบสารก่อมะเร็งและอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ ที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน กระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบการโรงงานยางแท่ง โดยจะมีผลต่อราคายางของเกษตรกร ซึ่งการให้ข่าวในเรื่องใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่และนักวิชาการ ควรจะมีงานวิจัยที่ชัดเจนก่อน

หนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ระบุต่อว่า ยางพาราในภาคอีสานมีเพียงการใช้กรดซัลฟิวริค และกรดฟอร์มิคเท่านั้น เพื่อให้ยางจับกันเป็นก้อน ก่อนจะนำไปผลิต โดยอบด้วยความร้อน 100-120 องศาเซลเซียส จะไปรีดและล้างน้ำ เอากรดและสิ่งสกปรกออก จะมีตัวไหนที่เป็นสารก่อมะเร็ง หรือระบบสืบพันธุ์ ตามที่นักวิชาการจาก มรภ.อุดรธานี ให้ข่าว ในฐานะตนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ สกว. เรื่องของกลิ่นจากโรงงานยาง มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้วิจัยยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จากการให้ข่าวจะทำให้ลุกลามไปทั่วประเทศ อาชีพชาวสวนยางจะล่มสลายในที่สุด ขอให้นายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

ขณะที่เวลา 15.30 น. วันนี้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลาง จ.อุดรธานี ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน “กลุ่มรักหนองนาคำ” นำโดยนายคมศักดิ์ จันทร์จำปา เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เรียกร้องให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ “ แปลผลการตรวจวิเคราะห์กลิ่น จากโรงงานผลิตยางพาราต่อสุขภาพ” พร้อมแนบเอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ค่าความเข้มของสารอินทรีย์ระเหยง่าย บริเวณโรงงานผลิตยางแท่ง วันที่ 20-23 ก.พ.60 และวันที่ 11-13 มิ.ย.61 ของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ในการประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีนายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธาน ผลการประชุมสรุปเบื้องต้นว่า พบสารอินทรีระเหยงาน 6 ชนิดประกอบด้วย Acrylonitrile , ChloroForm , Trans-1-3-Dichloroproppene , Benzyl Chloride , 2-Propenal(Acrolein) และ 2-Hexanone โดยเจ้าหน้าที่ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี และโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แจ้งว่า พบสาร 2-Propenal(Acrolein) เกินกว่าค่าต้องเฝ้าระวัง และยังมีการระบุว่าสาร Acrylonitrile และ Benzyl Chloride เป็นสารก่อมะเร็ง ที่เหลือคือ ChloroForm , 2-Propenal(Acrolein) และ 2-Hexanone มีพิษต่อระบบสืบพันธุ์

“กลุ่มรักหนองนาคำ” ขอความร่วมมือจาก จ.อุดรธานี สั่งการไปยังหน่วยงานรับผิดชอบ วิเคราะห์และแปลผลวิเคราะห์กลิ่นของสารทั้ง 6 ชนิด และสารอินทรีย์ระเหยง่ายอื่นที่ตรวจพบตามรายงาน ว่าสารที่ตรวจพบก่อให้เกิดผลกระทบ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนอย่างไร ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และความเสี่ยงต่อสุขภาพ ระยะการสัมผัสกลิ่นต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เพื่อนำข้อมูลดังกล่าว ไปแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้ใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

นายคมศักดิ์ จันทร์จำปา กล่าวว่า ชาวบ้านเดือนร้อนมา 6 ปีแล้ว เราต่อสู้มาตั้งแต่โดดเดี่ยว จนมีหลายฝ่ายมาร่วมกัน ที่ผ่านมายังไม่เห็น กนย.เข้ามาช่วยชาวบ้านที่นี่จริงจัง แต่หนังสือที่ กนย. จะส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ติดใจที่จะให้นายกรัฐมนตรี ส่งคนลงมาตรวจสอบ เพราะก็มีผู้ตรวจสำนักนายกฯมาติดอยู่ แต่ไม่สบายใจที่เอาเหตุในพื้นที่ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่พบสารแปลกปลอม ไปผูกโยงกับทั่วประเทศ เหมือนจะเอาชาวบ้านที่เหม็นโรงงาน ไปสู้กับชาวสวนยางทั่วประเทศ เราก็ได้แต่ให้กำลังใจกัน โดยเฉพาะนักวิชาการจาก มรภ.อุดรธานี

นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า กลิ่นโรงยางแท่งมีปัญหาทั่วประเทศ ที่อุดรธานีรุนแรงเพราะมีขนาดใหญ่ และอยู่ใกล้กับชุมชน ตนเคยเข้าไปนอนในพื้นที่มาแล้ว ยอมรับว่า “เหม็นมากจริงๆ” วานก่อนเห็นเอกสารที่ กนย.ส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี ให้นายกส่งคนมาตรวจสอบ ทางสื่อออนไลน์กลุ่มเหม็นโรงยาง ก็ตอบเขาไปว่าคณะทำงานของ จ.อุดรธานี ไปไกลกันมากแล้ว โดยเราใช้ข้อมูลทางวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้วัดว่าจะแก้ทางไหน เมื่อก่อนมีการตรวจปี 60 เราก็ให้กลับมาตรวจใหม่ ผลก็นำมาวิเคราะห์ร่วมกัน

“ ได้สั่งการให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสานมาตรวจวิเคราะห์หาสารอีก รอบนี้ให้เก็บตัวอย่างติดต่อกัน 15 วัน , สั่งให้โรงงานทั้ง 2 โรง แก้ไขแหล่งกำเนิดกลิ่น ที่ตรวจพบความเข้มข้นสารที่กองยาง โดยส่งแผนการแก้ไขมาภายในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ และให้ สนง.สาธารณะสุข จ.อุดรธานี แปลผลวิเคราะห์กลิ่นของสารที่ตรวจพบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลถูกต้อง ตามที่ชาวบ้านร้องขอมา ”