รองอธิบดี ดีเอสไอ. เป็นแทนกระทรวงยุติธรรม เข้าพบพ่อแม่ของ “สตรีแห่งขุมเขา “ ชี้แจงการนำอัฐิจากอังกฤษกับไทย ต้องรอขั้นตอนของอังกฤษไม่มีกำหนด ขณะสองตายายยอมรับ จะรอต่อไปอย่างมีความหวัง ขายวัวควายที่ดินเพื่อรักษายายจูม ป่วยมะเร็งถุงนำดีไปจนถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ที่บ้านเลขที่ 74 ม.4 บ.โพน ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ , พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฏัมภ์ ผอ.กองกิจการต่างประเทศ , นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงศ์ ยุติธรรม จ.อุดรธานี พร้อมคณะเดินทางมาพบ นางจูมศรี และนายบัวสา สีกันยา อายุ 72 และ 75 ปี พ่อแม่นางลำดวน อาร์มิเทจ หรือสีกันยา หรือ “สตรีแห่งขุมเขา เจ้าสาวชาวไทย” ที่ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตเมื่อ 15 ปีก่อน แต่เพิ่งได้รับการยืนยัน โดยมีกำนัน ต.บ้านธาตุ และตัวแทน ทต.บ้านธาตุ มาร่วมรับฟัง

คณะแจ้งว่า เป็นตัวแทนกระทรวงยุติธรรม มาเยี่ยมทำความเข้าใจกับสองตายาย ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรสาวที่ประเทศอังกฤษ ทางราชการไทยได้ให้ความห่วงใย ประสานกับทางการอังกฤษจนได้ข้อยุติ ว่าทางการอังกฤษจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่ด้วยระเบียบกฎหมาย และจารีตประเพณี มีขั้นตอนมากพอสมควร อาจจะทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าล่าช้า โดยจะประสานให้รวดเร็วมากที่สุด ที่ผ่านมาเรื่องการนำอัฐิลูกสาฯกลับ รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ อาจจะทำให้สองตายายสับสน ต่อไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม จะประสานแจ้งความคืบหน้า รวมทั้งให้ความช่วยเหลือสองตายาย ทั้งโดยตรงและผ่านทางยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี

นางจูมศรี และนายบัวสา กล่าวยอมรับ ที่จะรออัฐิบุตรสาวอยู่ที่บ้าน เพราะรอมานานก็จะรอต่อไป ไปวัดทำบุญ บวชชีพราหมณ์ ทำใจให้สงบรออัฐิลูกสาว พร้อมเล่าถึงอาการเจ็บป่วย ที่ต้องอาศัยการตรวจรักษา ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ขณะที่สองตายายขอให้ช่วยประสาน กรณีมีผู้แจ้งให้สองตายายไปสั่งจอง “ธาตุบรรจุอัฐิ” ไปสั่งไว้แล้วราคา 26,000 บาท วางมัดจำไว้ 4,000 บาท ขณะนี้ทางร้านแจ้งมาแล้วว่าธาตุสร้างเสร็จแล้ว แต่สองตายายไม่มีเงินไปชำระ ”

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้มาเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ และทำความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินการของทางราชการ และภาคเอกชน ที่จะช่วยเหลือในการนำเถ้ากระดูกของนางลำดวนฯ กลับมาบ้านที่ จ.อุดรธานี รวมถึงในส่วนของการประสานความร่วมมือในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วย ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน เราจึงอยากมาพบพูดคุยให้เข้าใจว่า หน่วยงานที่ช่วยเหลือโดยตรงมีกี่หน่วยงาน

ได้แนะนำว่าถ้ามีข้อสงสัยอะไร ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทาง สนง.ยุติธรรมจังหวัด จะประสานงานแจ้งความคืบหน้า ในการนำเถ้ากระดูกกลับประเทศไทย ซึ่งเราจะช่วยในทุกมิเท่าที่เราจะทำได้ ส่วนความคืบหน้าที่จะนำเถ้ากระดูกนางลำดวนฯ กลับมา เรื่องนี้อยู่ที่ทางต่างประเทศที่เขาจะประสานมา โดยทางกองกิจการต่างประเทศ ประสานงานอยู่แล้ว

พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฏัมภ์ ผอ.กตท. เปิดเผยว่า การนำเถ้ากระดูกกลับบ้าน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากศพอยู่ที่ต่างประเทศ และทางประเทศอังกฤษเขามีขั้นตอนการดำเนินการของเขาอยู่ เราก็ต้องว่าไปตามคณะกรรมการด้านต่างประเทศของเขา ซึ่งทางคุณตาคุณยายไม่ต้องห่วง และคลายกังวลได้เลยว่า กระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก พร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกขั้นตอน แต่เนื่องจากมีขั้นตอนทั้ง 2 ประเทศ ที่ต้องประสานกันหาทางออกที่ดีและเร็วที่สุด

“ การดำเนินการต่าง ๆ อยู่ที่อังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เราก็ติดตามความคืบหน้ามาตลอด เพื่อจะให้เร็วที่สุด แต่ขั้นตอนของอังกฤษอาจจะมีหลายขั้นตอน เพราะเขาก็มีจารีตประเพณีของเขา โดยเฉพาะเรื่องการนำอัฐิออกมา เขามีลำดับขั้นตอนว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งต้องผ่านกระบวนการต่างๆมาก คือ กรรมการพื้นที่ กรรมการท้องถิ่น กรรมการศาสนาของที่นั่น เพราะศพถูกฝังที่นั่นไปแล้ว ทำให้การจะนำศพออกมาจะมีขั้นตอน แต่เราก็ประสานงานกับเขาอย่างใกล้ชิดอยู่ ”

พ.ต.อ.อัตรพลฯ ตอบข้อซักถามเรื่องการจะนำศพกลับ ต้องให้คดีสิ้นสุดก่อนหรือไม่นั้น ความจริงแล้วโดยหลักจะก็เป็นเช่นนั้น ส่วนจะมีข้อยกเว้นหรือไม่นั้น เราก็พยายามประสานอยู่ด้วย หากคดีใกล้จะเสร็จ มีแนวโน้มความขัดเจนที่แน่นอน จะมีการเข้าไปขอร้องเขา เยียวยากับพ่อแม่คนตาย เพราะเขารอเถ้ากระดูกลูกกลับมาทำพิธีตามประเพณี

นางจูมศรี และนายบัวสา สีกันยา เปิดเผยว่า ทางราชมาพบวันนี้ไม่ได้คิดหวังอะไร นอกจากต้องคอยต่อไป คอยว่าวันไหนถึงจะเป็นความจริง ซึ่งต้องรออยู่อย่างนี้ ถึงไม่มีกำหนดว่าวันไหนเราก็ต้องรอ รอจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เขาบอกให้รอ เราก็รอมานานแล้ว รอไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ รออย่างมีความหวัง จากก่อนหน้านี้รอแบบไม่มีความหวัง

“ สุขภาพตอนนี้ไม่ดีนัก เขาว่าเป็นมะเร็ง เป็นนิ่วในถุงน้ำดี ขายวัวควายไปหลายตัว ขายที่ดินไปอีกแปลง เอาเงินมารักษา จะมีชีวิตอยู่จนถึงลำดวนฯกลับถึงบ้านหรือไม่นั้น ไม่รู้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่เราก็อยากจะอยู่ไปจนถึงลูกกลับมาบ้าน อยากเห็นให้รู้ว่าเป็นความจริง อยากเห็นกระดูกของลูกเป็นอย่างไร แต่ถ้าอยู่ไม่ถึงไม่ทันได้เห็นก็แล้วไป มันจำเป็นเพราะว่าเรากำหนดไม่ได้ มาถึงวันไหนก็วันนั้นเท่านั้นเอง แต่เราก็ยังคงไปไหว้ทำบุญให้เขาอยู่ทุกวัน อยากให้ลูกได้กลับมาเร็ว ๆ ”