เมื่อเช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2561 ที่บ้านเลขที่ 444 ม.4 ซอยสุนทรสัจจบูรณ์ ถ.อุดรธานี-กุดจับ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง อุดรธานี จัดให้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเพื่อไทย สาขาลำดับที่ 1 อุดรธานี (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ซึ่งเป็นบ้านพักและสำนักงานของนายศราวุธ เพชรพนมพร อดีต ส.ส.อุดรธานี บุตรเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการ หน.พรรคเพื่อไทย , นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รอง หน.พรรค และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค เดินทางมาด้วย

ขณะมีอดีต ส.ส.อุดรธานี มาทุกคนตั้งแต่ นายศราวุธ เพชรพนมพร , นายจักพรรดิ์ ไชยสาส์น , นายขจิตร ชัยนิคม , นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม , พ.ต.ท.สุรทิน พิมาณเมฆินทร์, นางเทียบจุฑา ขาวขำ , นายอนันต์ ศรีพันธุ์ และนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อีกทั้งนางอาภรณ์ สาราคำ อดีต สว.อุดรธานี ภรรยานายขวัญชัย สาราคำ เดินทางมาด้วย พร้อมมีอดีต ส.ส.ในพื้นที่ใกล้เคียงมา อาทิ นายนิยม เวชกามา อดีต ส.ส.สกลนคร , นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ , นายไชยา พรหมา อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู , นายประสิทธิ์ และนางชมพู จันทาทอง อดีต สส.หนองคาย

ทั้งนี้ตั้งแต่เช้ามีสมาชิกพรรคเพื่อไทย (เก่า) เดินทางมารายงานตัว รับการตรวจสอบทะเบียน และรับบัตรเพื่อเข้าร่วมประชุม ในห้องประชุมของสำนักงาน ส่วนผู้ที่เดินทางมาสมัครสมาชิกใหม่ ได้จัดให้ลงทะเบียนในเต้นท์ สนามหญ้าหน้าสำนักงาน โดยยื่นหลักฐานบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายหน้าตรง 2 รูป โดยมีบริการถ่ายภาพ และถ่ายเอกสาร พร้อมจ่ายค่าบำรุงพรรค 1 ปี 100 บาท ตลอดชีพ 2,000 บาท แต่ยังไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม .

เวลา 10.30 น. นายสมัคร บุญปก รองนายก อบจ.อุดรธานี ในฐานะสมาชิกพรรค เป็นพิธีกรเริ่มกระบวนการประชุม ว่าผู้ประชุมมาครบองค์ประชุม 168 คน และเชิญนายศราวุธ เพชรพนมพร ที่รับมอบหมายจากพรรคเป็น ประธานที่ประชุม. และนางเทียบจุฑา ขาวขำ เป็นเลขาฯที่ประชุม โดยมีนายชัชวาล ลือคำหาญ นายก ทต.กุดจับ ในฐานะนักกฎหมาย อธิบายระเบียบ และขั้นตอนกฎหมายเป็นระยะ

นายศราวุธ เพชรพนมพร ได้แจ้งให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิก รวมทั้งสื่อมวลชนออกจากห้อง และห้ามบันทึกภาพ ก่อนเข้าวาระแจ้งที่ประชุม ความเป็นมาการประชุมครั้งนี้ จากนั่นร่วมกันพิจารณาชื่อสาขาพรรคว่า สาขาพรรคเพื่อไทย สาขาลำดับที่ 1 อุดรธานี (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานที่ตั้งสาขาพรรคฯอยู่เลขที่ 444 ม.4 ซอยสุนทรสัจจบูรณ์ ถนนอุดรธานี-กุดจับ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี จากนั้นดำเนินการเลือกกรรมการบริหารสาขาพรรค

โดยสมาชิกได้เสนอชื่อแต่ละตำแหน่งเพียง 1 คน และให้สมาชิกหย่อนบัตรลงคะแนนในกล่องเป็นคะแนนลับ ประกอบด้วย หน.สาขาพรรค เสนอชื่อนายสนิท วงศ์แสงตา อดีต ผอ.รร.สตรีราชินูทิศ ได้ 165 คะแนน เป็นอันดับแรก ที่เหลือลงคะแนนพร้อมกัน คือ รอง หน.สาขาพรรค นายสุชาติ ศิริโยธา , เลขาฯ พ.ต.อ.เดช กรองทอง , รองเลขาฯ นายสง่า ภักดี , เหรัญญิก ทักษพล โคตรชมพู , นายทะเบียน นายชัชวาลย์ ลือคำหาญ , โฆษกสาขาพรรค นางสว่างศรี บุญประสิทธิ์ และกรรมการพรรคฯ นายสุรศักดิ์ พิทักษ์บ่อแก้ว อีก 2 ตำแหน่งยังไม่เลือก

หลังจากปิดการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการ หน.พรรคเพื่อไทย พร้อมรอง หน.พรรคเพื่อไทย ได้มอบเสื้อแจ็คเก็ตพรรคเพื่อไทย มอบให้กรรมการสาขาพรรคเพื่อไทย พร้อมแสดงความยินดี ถ่ายภาพร่วมกับกรรมการพรรคสาขา , ถ่ายภาพร่วมกับ อดีต ส.ส.อุดรธานี อดีต ส.ส.ที่เดินทางมาร่วมงาน ตลอดจนถ่ายภาพร่วมกับ ส.อบจ.อุดรธานี และเดินทักทายสมาชิกพรรคที่มาร่วมประชุม

นายศราวุธ เพชรพนมพร อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนและอดีต ส.ส.ในจังหวัดอุดรธานี มีความพร้อมเต็มที่ และพร้อมมานานแล้ว การประชุมวันนี้เป็นไปตามมติของกรรมการบริหารพรรคฯ ที่ให้จัดตั้งสาขาพรรคเพื่อไทยให้ครบทั้ง 4 ภาค โดยจังหวัดอุดรธานีเป็นสาขาที่หนึ่ง และกำหนดการประชุมขึ้นในวันนี้ และต่อไปทางพรรคก็จะทำการเปิดสาขาพรรคให้ครบหมดทั้ง 4 ภาค ซึ่งเป็นไปตามมติพรรคเพื่อไทย และตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า พรรคการเมืองเก่าที่มีอยู่แล้ว จะส่งผู้สมัครได้ ต้องมีสาขาพรรคให้ครบทั้ง 4 ภาค

ผู้สื่อข่าวถามว่า เขตเลือกตั้งที่ลดลงไป จะทำให้มีปัญหาในพื้นที่หรือไม่ นายศราวุธฯ ตอบว่า ในส่วนของตัวผู้สมัครจังหวัดอุดรธานี เป็นเรื่องที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคจะมีการพูดคุยกัน ซึ่งก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ในส่วนของหน้าที่สาขาพรรคก็จะมีหน้าที่ในการทำงานการเมือง ที่ทางพรรคเพื่อไทยจะได้มอบหมายให้ทำให้สอดคล้องกับนโยบายของพรรค ส่วนของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ในขณะนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกันว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการ หน.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ถ้าพรรคไม่มีสาขาทุกภาค อาจจะสมัคร ส.ส.ไม่ได้ พรรคจึงจำเป็นต้องมาเปิดสาขาพรรคใหม่ รวมทั้งตั้งตัวแทนประจำจังหวัด อุดรธานีเป็นจังหวัดแรกที่รับสมัครสมาชิกเพื่อสาขาพรรค พรุ่งนี้จะไปรับสมัครสมาชิกและเปิดสาขาพรรคที่ จ.เชียงใหม่ ภาคกลาง สมุทรปราการ และภาคใต้ที่สงขลา โดยสาขาพรรคแต่ละภาคจะต้องมีสมาชิก 500 คนขึ้นไป ส่วนตัวแทนประจำจังหวัดต้อง 100 คนขึ้นไป

“ ขณะนี้พรรคกำลังเปิดรับสมาชิกใหม่ คงจะกระจายไปทั่วทุกเขต ในสัปดาห์หน้าคงจะตั้งตัวแทนพรรค ไปรับสมัครสมาชิกพรรค ในส่วนพรรคเพื่อไทยพร้อมและไม่มีปัญหา ส่วนพรรคเล็กต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น จะต้องส่ง สส.รับเลือกตั้งทุกเขต ความได้เปรียบเสียเปรียบนั้นพูดยาก เพราะ คสช.ดีไซด์มาแบบนี้ เท่าที่สังเกตในวันนี้ประชาชน จ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงให้ความสนใจมาก มาต่อคิวสมัครมากน่าปลื้มใจ ให้ความสนใจกับพรรคเพื่อไทย จะเป็นนิมิตรหมายที่ดี ”

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ตอบข้อซักถามว่า มีอดีต สส.พรรคเพื่อไทยที่ย้ายไป ด้วยเหตุผลจำเป็นที่ทราบกันอยู่ประมาณ 10 กว่าคน ไม่มาก ทำนองเดียวกันก็มี สส.พรรคอื่นก็ย้ายเข้ามาพรรคเพื่อไทยหลายคน และไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งได้วางตำแหน่ง จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ”