ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาตั้งแต่เช้าวันที่ 13 สิงหาคม 2561 พ.ต.อ.นิวัตร ดวงจรัส ผกก.สภ.สร้างคอม นายสันต์ ซาสุด นายก อบต.นาสะอาด อ.สร้างคอม ร่วมอำนวยการค้นหาศพ ด.ญ.วิมลรัตน์ หาญมนตรี อายุ 14 ปี อยู่เลขที่ 214 ม.2 บ.โคกคำ ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย ที่จมน้ำไปตั้งแต่เย็นวานนี้ “วันเปิดฤดูเที่ยวลองแพน้ำพาน” บริเวณท่าแพบ้านนาสะอาด “อ่างเก็บน้ำพาน” โดยมีอาสาสมัครมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน พร้อมอาสาสมัครจากหลายหน่วย

จนกระทั่ง 10.09 น. วันเดียวกัน นักประดาน้ำอาสาสมัครกู้ภัยฯ สามารถค้นหาพบร่างของ ด.ญ.วิมลรัตน์ หาญมนตรี จมอยู่ใต้น้ำห่างจากจุดจอดแพ และลึกลงไปมากกว่า 6 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณลำห้วยเดิมก่อนน้ำท่วม และมีสาหร่ายใต้น้ำอยู่จำนวนมาก จากนั้นนำศพขึ้นจากน้ำกลับเข้ามายังฝั่งได้สำเร็จ โดยมีนายอุดม นางติ๋ม หาญมนตรี พ่อแม่ และ น.ส.บงกช อัควงศ์ อายุ 43 ปี น้าผู้ตายมาคอยรับศพ หลังจากแพทย์ชันสูตรศพแล้ว ได้นำร่างกลับไปบ้านทันที

พ.ต.อ.นิวัตร ดวงจรัส ผกก.สภ.สร้างคอม เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจมน้ำวานนี้ 15.00 น. เมื่อออกมาที่เกิดเหตุพบอยู่บนแพ ลอยตัวอยู่ห่างจากฝั่งราว 200 เมตร ในสภาพที่ฝนตกลงมาตลอดเวลา น้ำบริเวณนั้นมีลักษณะไหลวน ขณะที่มีอาสาสมัครพยายามงมหา รวมทั้งมนุษย์กบจากอาสาสมัครกู้ภัย เดินทางมาถึงช่วยงมหาร่าง ด.ญ.วิมลรัตน์ฯ แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบาก เมื่อเริ่มมืดจึงยกเลิกการค้นหาก่อน พอรุ่งเช้ามาค้นหาอีกครั้งจนพบ พ่อแม่ไม่ติดใจจึงมอบศพกลับไป

“ สอบสวนทราบว่าแพงลำเกิดเหตุ มีคนลงมาเที่ยวตั้งแต่ตอนสายๆ 10 คน มี น.ส.บงกช อัควงศ์ และผู้ใหญ่อีก 1 คน นอกนั้นเป็นเด็กอายุ 13-14 ปี หลังจากเล่นน้ำกันมาทั้งวัน ก็หยุดเล่นถอดเสื้อชูชีพออก เตรียมตัวจะเดินทางกลับบ้าน ขณะที่ ด.ญ.วิมลรัตน์ฯ กำลังถืออุปกรณ์เปิดขวดอยู่ แต่ได้หลุดออกจากมือจึงพยายามคว้า ทำให้ตัวเองต้องตกลงไปในน้ำ จากที่ตัวเองว่ายน้ำไม่แข็ง ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ และน้ำไหลวนจึงจมหายไป เพื่อนๆพยายามลงไปช่วยแต่หาไม่พบ ทีมรักษาความปลอดภัยมาหาก็ไม่เห็น ”

นายสันต์ ซาสุด นายก อบต.นาสะอาด อ.สร้างคอม เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสุดวิสัย ซึ่งเราได้กำหนดกติกาแจ้งไว้ ห้ามลงเล่นน้ำไม่สวมเสื้อชูชีพ ต้องไม่ไกลจากแพเกิน 2 เมตร และมีประกาศเตือนเป็นระยะ โดยมีทีมกู้ภัยเป็นคนเรือทุกคน ที่ผ่านการอบรมแล้ว แต่เด็กที่เสียชีวิตกำลังจะกลับ ได้ถอดเสื้อชูชีพออก ก็มีเกิดพลัดตกลงไปในน้ำ ซึ่งตนเองและกรรมการสถานที่ ได้ไปเดินทางไปร่วมงานศพ เหมือนกับเราเป็นญาติพี่น้องกัน โดยนำสิ่งของไปช่วยเหลืองาน พร้อมเงินเยียวยา 30,000 บาท

“ ท่องเที่ยวล่องแพอ่างน้ำพาน เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน เปิดให้บริการมากว่า 5 ปี จากแพเพียง 1 ลำขณะนี้มี 250 ลำ แต่ละมีมีผู้มาเยือนหลายแสนคน จึงมีกติกากำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัย และจะปิดบริการแพปีละ 2 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ในช่วงฤดูปลาวางไข่ และกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันเปิดฤดูท่องเที่ยวล่องแพอ่างน้ำพาน การสูญเสียชีวิตครั้งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นบทเรียนให้เราคุมเข้ามากขึ้น ”