เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่หน้า สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน รักษาการ ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจสืบสวน และตำรวจป้องกันและปราบปราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายพยนต์ หรืออ้วน หรือ “โจรอี้โต้” คำเสม อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 244 ม.1 ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ติดต่อกัน 4 ครั้ง

กล่าวหาจี้ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธมีดอีโต้ และสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า พร้อมของกลาง มีดอีโต้หัวตัด มีดอีโต้หัวมน และมีดสปาต้า รวม 3 เล่ม เสื้อผ้าที่สวมใส่ใช้ในการก่อเหตุ 4 ครั้ง รองเท้าแตะสีชมพู 1 คู่ หมวกหน้ากากฮู้ด หรือหมวกโม่งสีดำ ข้องใส่ปลา และรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่าฟิโน่ สีน้ำตาล-ขาว ทะเบียน 1 กฉ-8696 อุดรธานี และผลการตรวจปัสสาวะมีสีม่วง จำนวน 1 ชุด ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไป ทำแผนประกอบคำสารภาพ

ครั้งแรก เวลา 01.50 น. วันที่ 26 กันยายน ใช้มีดอีโต้หัวตัดจี้พนักงานในร้านสะดวกซื้อ (7-11) ภายในปั๊มแก๊ส ปตท บ้านข้าวสาร ถ.มิตภาพ อุดร-ขอนแก่น ต.โนนสูง อ.เมือง อุดรธานี ได้เงินสด 7,400 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ครั้งที่สอง เวลา 03.00 น. วันที่ 29 กันยายน ควงมีดสปาต้าเข้าไปจี้ชิงทรัพย์พนักงานร้านขายเนื้อหมู ภายในฟาร์มหมูมิตรไทย เลขที่ 211 ถ.มิตรภาพ ม.1 ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ได้เงินเหรียญและธนบัตร 600 บาท และโทรศัพท์มือถือของพนักงานไป 2 เครื่อง

ครั้งที่ 3 เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 1 ตุลาคม สะพายข้องใส่ปลา ควงมีดอีโต้หัวมน จี้พนักงานในร้านสะดวกซื้อ (7-11) สาขาบ้านจั่น ต.บ้านจั่น ถ.เลี่ยงเมือง อ.เมืองอุดรธานี ได้เงิน 1,000 บาท และครั้งที่สี่ ห่างกันเพียง 8 นาที ควงมีดอีโต้หัวมน สะพายข้องและแต่งกายชุดเดิม เข้าไปในร้านสะดวกซื้อ (โลตัสเอ๊กซ์เพรส) สาขาบ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น ถ.เลี่ยงเมือง แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป โดยที่ร้านสะดวกซื้อกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายไว้ชัดเจน

พ.ต.อ.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน รักษาการ ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาเป็นชาว จ.นครสวรรค์ ไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ พบรักกับสาวอุดรธานี เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา มีลูกชายวัย 1 ขวบเศษ ด้วยกัน 1 คน พากันกลับมาอยู่ที่บ้านภรรยา ทำอาชีพรับเหมาเชื่อมโครงเหล็กก่อสร้าง โดยปีนี้ผู้รับเหมารายใหญ่ไม่มีงานป้อน เงินที่เก็บสะสมมาก็ค่อยๆหมดไป จึงตัดสินใจก่อเหตุหาเงินจุลเจือครอบครัว และซื้อนมให้ลูกได้ดื่มกิน ไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือต้องโทษมาก่อน