ปลายปีงบประมาณนี้ มีเวทีเสวนาหลายเวที …มีอุดรธานีแถลงข่าวไตรมาศ 4 …..มีกิจกรรมหมู่บ้านโอท็อปนวัติวิถี 81 หมู่บ้าน….อื่นๆอีก แต่มีเรื่องที่ท่านน่าจะติดตาม คือเรื่องทิศทางเศรษฐกิจอุดรธานี จะตรงใจกับเราท่านแค่ไหน

บ่ายๆวันพุธที่ 26 กันยายน ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2561 ณ ห้องประชุม โรงแรมพรรณนาราย ถ.สัมพันธมิตร เขตเทศบาลนครอุดรธานี จัดให้มีเสวนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “สถานการณ์เศรษฐกิจอุดรธานี ในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต” นำโดยนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี , นายวีรพงษ์ เต็งรังสรรค์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี และนางสุภาวดี สิทธิมาลัยรัตน์ คลัง จ.อุดรธานี โดยมีนายโรจน์ลักษณ์ ปรีชา ผช.ผอ.ธนาคารแห่งประเทศไทย สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา มีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ช่วยกันทำขึ้น ถือเป็น “แบคอัพ” ที่สำคัญ ที่เราได้เห็นทิศทางอย่างเรื่องสินค้าเกษตร 4 ชนิด ที่ถือเป็นหัวใจ คือ ข้าว , อ้อย , มันสำปะหลัง และยางพารา รวมไปถึงสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่กำลังขับเคลื่อนก็มีเรื่อง “ดอกไม้” ปีหน้าภาคเกษตรต้องแก้ไข เร่งสร้างมูลเพิ่มของสินค้า ทั้งเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน และการท่องเที่ยวด้วยคอนเซป “อุดรธานี พร้อมเสริฟทุกเมนู” เพิ่มด้วยนวัติวิถีชุมชน

“ อุดรธานีมีจุดได้เปรียบของ ภูมิศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์ ปัญหาน้ำท่วมที่หลายจังหวัดเผชิญ เรามีความพร้อมไม่ได้รับผลกระทบ ก่อนหน้าหนี้อุดรธานีถูกยกให้เป็นเมืองกีฬา ที่เราจะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ทำให้อุดรธานีเป็นประตูไปหาเพื่อนบ้าน และขยายซ้ายขวาตามแนวน้ำโขง

ซึ่งในการกระชุม ครม.สัญจรที่เพชรบูรณ์ เป็นชอบในการพัฒนา ถนนอุดร-หนองคาย 6 ช่องทาง , ถนนเลียบน้ำโขงซ้ายขวา และถนนเชื่อมไปทางภาคเหนือ การขยายท่าอากาศยานเฟส 3 , การสร้างศูนย์สบายดี เอ็กซเร้นเซนเตอร์ มาสนับสนุน ”

นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวว่า เศรษฐกิจต่างจังหวัดรวมทั้งอุดรธานี พึ่งการขับเคลื่อนจากภาคเกษตรกรรม ถ้าราคาตกต่ำมันก็จะไม่ดี แม้อุดรธานีถือเป็นเมืองหลายมิติ เกษตร-การค้า-ท่องเที่ยว-ค้าปลีกส่ง แต่ภาคเกษตรมีมากถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง อ้อยมีพื้นที่การปลูกเพิ่มขึ้น แต่ราคาต่ำลงมามาก รวมทั้งยางพารา ส่วนข้าวและมันราคาดีบ้าง ขณะภาคบริการลด ไม่มีใครอยากลงทุน แต่อุดรธานีมีเม็ดเงินมาช่วยจาก การท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว-เขตอุดรธานี-แรงงานไปต่างประเทศ

ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี เห็นว่า น่าจะมีการขับเคลื่อน การลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตร ด้วยการลดใช้สารเคมี เกษตรอุตสาหกรรม และเกษตรอินทรีย์ไปด้วยกันได้ โครงการภาครัฐเรื่องท่องเที่ยว ขาดความร่วมมือกับเอกชน ทั้งจากส่วนกลาง มาจนถึงนวัติวิถีชุมชน มีลักษณะซ้ำซ้อนในการจัดการ โดยตัวเมืองอุดรธานี ต้องมีความสมาร์ทมากขึ้น

นายวีรพงษ์ เต็งรังสรรค์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี กล่าวว่า ปีนี้การค้าที่ลู่ทางดี คือ การค้า ท่องเที่ยว กับ สปป.ลาว , แป้งมันเพื่อการส่งออกเพิ่มกำลังผลิต , รถยนต์บวกขึ้น 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากการกระตุ่นการขายจากโรงงาน , สินค้าพื้นเมือง และการท่องเที่ยวก็ยังดีอยู่ ส่วนที่ลู่ทางไม่ดี คือ วัสดุก่อสร้าง-ผู้รับเหมาก่อสร้าง นอกจากภาวะเศรษฐกิจ ยังมีวาระการแข่งขันจากกลุ่มทุน , ยอดขาย จยย.ลดลง จากสินค้าเกษตรไม่ดี , เอกชนตัดสินใจลงทุนน้อย (เอาเงินฝังดินไว้) ทำยอดการค้าในพื้นที่ลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีการกระตุ้นจาก กิจกรรมแสดงสินค้า , แรงงานจากต่างประเทศ 7,000 ล้านบาท , เขตอุดรธานี 6,000 ล้านบาท , การค้าขายสินค้า-บริการกับ สปป.ลาว และโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ

ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี เสนอปีหน้าสนับสนุนหนุนให้ 1.พลิกดินด้วยเทคโนโลยี , 2.สนับสนุนด้วยการช่วย-อุ้ม-พา สตารท์อัพทั้งหลาย , รวบรวมข้อมูลแรงงานกลับจาก ตปท. เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้วยทักษะ ความชำนาญต่างๆ , ส่งเสริมชวนเขตอุดรธานีมาช่วยงานด้าน ภาษา และทักษะวิชาชีพ และอยากเห็นสถาบันการศึกษาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

นางสุภาวดี สิทธิมาลัยรัตน์ คลัง จ.อุดรธานี กล่าวว่า ข้อมูลในช่วง 7 เดือนแรก ขยายตัว 3.2 มากกว่าปีที่แล้วในช่วงเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อ 0.7 แยกเป็นภาคการเกษตร ปริมาณผลผลิตออกมาดี ทำขยายตัว 2.5 , ภาคบริการ ก็มีการเติบโตของนักท่องเที่ยว และการเข้ามาจัดอบรมสัมมนา , ภาคอุตสาหกรรม ยังมีการขยายตัวของโรงงาน แต่ขยายแบบชะลอตัวกว่าปีก่อน ประมาณ 1.7 , ภาคการลงทุน พบว่ามีการขยายตัวของสินเชื่อมากขึ้น , ด้านค่าใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวดีตามคาดกาล ส่วนการบริโภคประชาชน เกิดการชะลอตัวดูได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง คาดกาลว่าปี 62 เศรษฐกิจจะขยายตัว 3.3 จากภาคการเกษตร 2.6 จากภาคบริการ 3.2 และจากภาครัฐได้รับงบประมาณเพิ่มจากปีก่อน เงินเฟ้อจะอยู่ที่ประมาณ 0.9…

จึงประกาศให้รู้ทั่วกันว่า ใครที่เอาเงินใส่โอ่งฝังดินไว้ ไปขุดขึ้นมาลงทุน จับจ่ายซื้อความสุขให้ตัวเอง จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายดีขึ้น ไม่ต้องรอให้ใครบางคน ขุดขึ้นมาใช้จ่ายในช่วง “เลือกตั้ง”