เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 , พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี , พ.อ.จักรพงษ์ โพธินาแค รอง ผบ.ร.13 , นายสมภาพ ตั้งอรุณสวัสดิ์ ผู้ช่วยป้องกัน จ.อุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุม นายสหัส อุดมพานิช , นางอรพรรณ อุดมพานิช และนายคึกฤทธิ์ อุดมพานิช ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่บริษัท กุมภาวาปีกลการ จำกัด เลขที่ 249 ถ.มิตรภาพ ต.พันดอน อ.กุมภาวาปี จ.อุดรธานี กล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด , ประกอบธุรกิจสินเชื่อไม่ได้รับอนุญาต”

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี รับแจ้งจากประชาชนได้รับความเดือดร้อน เมื่อนำที่ดินมาจำนอง จำนำ กับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และถูกเรียกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งนอกจากจะรับจำนองโฉนดที่ดินแล้ว ยังได้รับจำนำรถบรรทุกสิบล้อ ตำรวจจึงสอบสวนปากคำลูกหนี้ที่เข้าร้องเรียนแจ้งความ พร้อมรวบรวมหลักฐาน และขอหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นยึดเอกสารหลักฐาน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี เข้าจับกุมทั้ง 3 คน ซึ่งไม่ได้มีท่าทีหลบหนี และคณะยังได้ทำการตรวจสอบรถยนต์หรู และรถบรรทุก ที่มีประชาชนนำมาจำนำรวม 111 คัน ที่จอดไว้ภายในบริษัท รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมแจ้งให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทราบว่าต้องตรวจอายัดทรัพย์สินทั้งหมด สำหรับการตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมา มีการนำหมายศาลเข้าทำการจับกุมนายทุนดอกโหดในพื้นที่ จ.อุดรธานี แล้ว 12 ราย และ 3 รายล่าสุด รวมมีการจับกุมแล้ว 15 ราย

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจค้นบริษัทฯนี้มาแล้ว ที่ประกอบธุรกิจขนส่ง และให้กู้ยืมเงินดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด เมื่อพบพยานหลักฐานจึงขอศาลออกหมายจับ เข้าทำการจับกุม ตรวจอายัดทรัพย์สินราว 250 ล้านบาท ทั้งนี้ก่อนหน้าผู้ต้องหาได้พูดคุยไกล่เกลี่ย กับลูกหนี้ไปแล้วบางส่วน ทั้งนี้ก็ยังคงต้องดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพื่อดำเนินการส่งให้ทาง ปปง.เข้ามาดำเนินการ ซึ่งทางผู้ต้องหาก็ต้องไปชี้แจงกับทาง ปปง.ต่อไป

“ อนาคตรูปแบบการกู้ยืมเงินต้องปรับเปลี่ยน จะมาคิดอัตราดอกเบี้ยโหดต่อไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย การดำเนินการครั้งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะกฎหมายต่าง ๆ อาจจะต้องปรับเปลี่ยน เช่น กฎหมายเรื่องการขายฝาก เพราะชาวบ้านคงจะติดต่อทำธุรกรรมการเงินกับสถาบันการเงินยาก จึงต้องหันมาหานายทุน เขาให้เซนต์อะไรก็เซนต์ไป ทั้งขายฝาก หนังสือมอบอำนาจ เซนต์กระดาษเปล่าก็ยอมเซนต์ จนต้องกลับมาเป็นคนเช่าที่ดินของตัวเอง หรือแพ้คดีถูกขับไล่จากที่ดินตัวเอง ”

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า รัฐบาลถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ประชาชนนับแสนคนยังคงเดือดร้อนในเรื่องดังกล่าว การทำงานไม่ได้มองว่าความเสียหายเท่าไหร่ ซึ่งการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย จะทำการเริ่มต้นใหม่ระหว่างลูกหนี้กับนายทุน เป็นการเซ็ตซีโร่ จะใช้เวลานานแค่ไหน เราก็ต้องเริ่มทยอยทำไป วันนี้เราต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย จากนั้นทุกส่วนที่รัฐบาลมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการบูรณาการทั้งหมด

“ เมื่อตำรวจบังคับใช้กฎหมายแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมติ ครม.ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม ต้องเข้ามาดูแล ในการทำให้ชาวบ้านแข็งแรง อย่างน้อยต้องมีอาชีพ ให้มีหลักมีฐาน สามารถเข้าถึง แหล่งเงินกู้ต่าง ๆ ที่ถูกกฎหมายได้ ทั้งนี้สิ่งที่ต้องเริ่มดำเนินการ คือ เคลียให้หมด ล้างให้หมด ดำเนินคดีให้หมด บังคับใช้กฎหมายทั้งหมด กับในส่วนของนายทุนที่ฉ้อฉล เราต้องดำเนินการเข้าถึงเส้นเลือดของชาวบ้าน ไม่เอาแค่กล้ามเนื้อแล้ว เพื่อให้เขามีที่ทำกิน ให้ได้ความเป็นธรรม และในส่วนของนายทุนต่าง ๆ เราก็ต้องดูแลเขาด้วย ต้องให้ความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ร่วมประชุมกับตำรวจในพื้นที่ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพื่อเตรียมจัดงานส่งคืนโฉนดที่ดิน ให้กับประชาชนที่ไกล่เกลี่ยกับนายทุนเงินกู้แล้ว ของประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด มากกว่า 700 โฉนด โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมามอบโฉนดคืนด้วยตนเอง ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี